นายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คน ตั้งแค้มป์กางเต็นท์พักแรม และออกล่าสัตว์ป่าสงวนโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิดบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จึงได้ร่วมกันจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองภาภูมิ ดาเนินคดี พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ ตามคดีอาญา เลขที่ 26/61 ลงวันที่ 6 ก.พ.61 และสำนักงานตารวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้อนุมัติสั่งการให้ บก.ปทส. ร่วมสอบสวนคดีดังกล่าว และสั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. ควบคุมกำกับดูแลการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวไว้แล้วนั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ.61 ได้มีประชาชนร้องเรียนและปรากฎข่าวสารทางสื่อมวลชนว่า นายเปรมชัย มีพฤติการณ์บุกรุกพื้นที่ป่าในเขต จ.เลย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ต่อมาวันนี้ (13 ก.พ.61) เวลาประมาณ 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ศรีวราห์, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ ผบช.ภ.4, นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย, นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.4, พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส.,พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ประจา บช.ก.,พล.ต.ต.สราวุธ เอี่ยมสาราญ ผบก.อก.สง.ตร., พล.ต.ต.ณัฐแก้ว เมตตามิตรพงศ์ ผบก.ประจา สง.ผบ.ตร. พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังประกอบด้วย
1. เจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย พ.อ.วิทยา พรจรรยา รอง ผบ.มทบ.28, พ.อ.สมศักดิ์ แจ่มพันธ์ รอง ผบ.รมน.จังหวัดเลย, พ.ท.ทินพันธ์ ปากแก้ว หน.กบค.กอ.รมน.จ.เลย, พ.ต.วุฒิพงษ์ งามวงษ์ สัสดี อ.ภูเรือ/กกล.รส., พ.ต.พีรพงษ์ ประดับเพชร กกล.รส.มทบ.28, จ.ส.อ.จารุวัตร เสนอใจ จนท.สห.มทบ.28/กกล.รส.
2. เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.สุดพิเศษ เอกศิริ ผบก.ภ.จว.เลย, , พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รอง ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ
3. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดย นายพรชัย ถมกระจ่าง รอง ผวจ.เลย, พ.อ.สมศักดิ์ แจ่มพันธ์ รอง ผอ.กอ.รมน.จ.เลย, นายกิตติคุณ บุตรคูณ นายอำเภอภูเรือ และนายประยูร อรัญบุญ นายอำเภอด่านซ้าย
4. เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น นำโดย นายสัณทิฏฐ์ ด้วงแพง ผอ.กองช่างเทศบาลเมืองเลย
5. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ นำโดย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หน.ชุดพยัคฆ์ไพร, นายพีร พวงมาลี นักวิชาการป่าไม้, นายสุขุม มิตตัสสา ผอ.สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6
6. เจ้าหน้าที่ที่ดิน นำโดย นายพิมล พูลสง่า เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเลย, นายเกรียงศักดิ์ ประกอบศรี ผอ.กลุ่มกฎหมาย สานักงานปฏิรูปที่ดิน จ.เลย
7. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า นำโดย นายประศาสน์ กระจ่างถ้อย รองผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.เลย
ได้ร่วมกันทำการตรวจสอบพื้นที่ โดยได้ขออนุมัติศาลจังหวัดเลย และศาลได้อนุมัติให้เข้าทำการตรวจค้นพื้นที่ ดังต่อไปนี้
1. ค้นพื้นที่และอาคาร รังเย็น รีสอร์ท เลขที่ 92 บ้านหนองสนุ่น หมู่7 ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลยตามหมายค้นเลขที่ 20/2561 และ 22/2561
2. ค้นพื้นที่และอาคาร ภูเรือวโนทยาน เลขที่ 114 หมู่2 ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย ตามหมายค้นเลขที่ 18/2561 และ 23/2561
3. ค้นพื้นที่และอาคาร ชาโต้เดอเลย, โรงงานผลิตไวน์, ไร่องุ่น เลขที่ 165,220,161 หมู่10 ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย ตามหมายค้นเลขที่ 19/2561 และ 21/2561และนอกจากนี้ได้ทำการตรวจสอบการครอบครองที่ดินในพื้นที่ของ บริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จากัด พบว่า รายละเอียด ดังนี้
1. พื้นที่บริเวณ รังเย็น รีสอร์ท ปัจจุบันเป็นของบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จากัด (เดิมชื่อบริษัทเพชรบุรีเรียล เอสเตท จากัด) มีชื่อ นายชัยยุทธ กรรณสูตร บิดาของ นายเปรมชัย เป็นประธานกรรมการ สภาพที่ดินป็นลักษณะภูเขา อยู่ในเขตคาบเกี่ยวสองอำเภอ คืออำเภอภูเรือ,อำเภอด่านซ้าย (ภูหมี ภูขี้นาค ภูเปือย) มีหลักฐานเป็นโฉนดเลขที่ 9516 เลขที่ดิน 7 เนื้อที่ 19 ไร่ 2 งาน
2. พื้นที่ดินของบริษัท นอกเหนือจาก รังเย็น รีสอร์ท พบว่ามีการครอบครองทำประโยชน์ ปลูกพืชสวน มีเนื้อที่โดยประมาณ 6,229-2-37 ไร่ โดยมีหลักฐานทางที่ดินเป็น น.ส.3 ก. จำนวน 147 แปลง เลขที่ 1534-1563, 1584-1604, 1650-1680, 1682-1675 ต.โพนสูง อ.ด่านซ้าย จ.เลย และ นส.3 ก. เลขที่ 800-826, 834-850,890-896 ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย ซึ่งต่อมา อธิบดีกรมทีดิน ได้มีคำสั่ง ที่ 2193/2546 และที่ 2194/2546 ลงวันที่ 27 ต.ค.46 เพิกถอนหนังสือการรับรองที่กล่าวข้างต้นทั้งหมด เนื่องจากนำหลักฐาน สค.1 ผิดตำแหน่งมาออก นส.3 ก. ทาให้พื้นที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นที่ดินของรัฐ แต่ทางบริษัทยังมีความต้องการที่จะครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จึงได้ยื่นเรื่องขอสัมปทานตามมาตรา 12 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน บริเวณที่ถูกเพิกถอน น.ส.3 ก. เนื้อที่ที่ขอสัมปทาน 6,229-2-37 ไร่ เพื่อเกษตรกรรม เพาะปลูก และจำหน่ายดอกไม้ และพืชผลไม้เมืองหนาว กับสำนักงานที่ดิน อ.ภูเรือ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.52
เมื่อยื่นเรื่องแล้ว ต่อมาทราบว่าที่ดินจะมีโครงการเดินสำรวจออกเอกสารสิทธิ์ ในพื้นที่ อ.ภูเรือ และ อ.ด่านซ้าย จึงได้ขอยกเลิกสัมปทานเมื่อวันที่ 27 ก.พ.56 เพื่อจะดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ทั้งที่ทราบเป็นอย่างดีแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ จนกระทั่งเดือน ก.ย.56 ได้มีการออกโฉนดให้กับบริษัทฯ จานวน 38 แปลง โดยเป็นที่ดินคาบเกี่ยวกับที่ดินที่ได้ครอบครองทำประโยชน์ตามที่เคยได้ขอสัมปทานและขอยกเลิกมีเนื้อที่จานวน 14 ไร่ จึงเป็นการที่บริษัทได้ครอบครองพื้นที่ดินของรัฐ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ คิดเป็นเนื้อที่จานวน 6,215 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐประมาณ 620 ล้านบาท การกระทาของบริษัทฯ ซึ่งในการยื่นคำขอสัมปทานปรากฎชื่อนางพิไลจิตร เริงพิทยา และนางนิจพร จรณะจิตต์ และการยื่นเรื่องขอยกเลิกสัมปทานปรากฏชื่อ นางพิไลจิตร และนางอรเอม เทิดประวัติ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54, ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 มาตรา 97
นอกจากนี้เจ้าพนักงานที่ดิน จ.เลย สาขาด่านซ้าย ได้ตรวจพบว่าบริษัทฯ มีการนำที่ดินที่ได้ถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์บางส่วนมายื่นออกโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นการออกโฉนดโดยไม่ชอบ จึงได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีดังต่อไปนี้
1) นายฉลองชัย ศาลางาม เจ้าพนักงานป่าไม้ชานาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลย.4 (ภูเรือ) และนายบัณฑิต วงศ์อรินทร์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชานาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลย.2 ด่านซ้าย ร้องทุกข์ให้ดาเนินคดีกับบริษัทซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จากัด โดย นางพิไลจิตร เริงพิทยา, นางนิจพร จรณะจิตต์ และนางอรเอม เทิดประวัติ ในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว ในความผิดฐาน "ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือร่วมกันเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า ทาด้วยประการใด ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย หรือทำด้วยประการใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน, ทำไม้หรือเผา หรือทำอันตรายโดยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้ามในป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต" ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 และ 72 ตรี และประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497มาตรา 9 และ 108 ทวิ พนักงานสอบสวน สภ.โคกงาม ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาเลขที่ 15/61 ลงวันที่ 13 ก.พ.61 ตาม ปจว.ข้อ 1 เวลา 15.00 น.
2) นายธานินทร์ ละโรงสูงเนิน นักวิชาการที่ดินชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายทะเบียน สานักงานที่ดินจังหหวัดเลย สาขาด่านซ้าย ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบริษัทซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จากัด ในฐานะนิติบุคคล ในความผิดฐาน "เป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร (4)รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเป็นเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ และสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" ตาม ป.อาญา มาตรา 157 และ 162(4) พนักงานสอบสวน สภ.ภูเรือ ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาเลขที่ 30/61 ลงวันที่ 13 ก.พ.61 ตาม ปจว.ข้อ 2 เวลา 13.30 น.
3) เนื่องจากการกระทำความผิดตามข้อ 1) และ2) เป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2543 จะได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอานาจหน้าที่ต่อไป
สาหรับผลการตรวจค้นพื้นที่และอาคาร รังเย็น รีสอร์ท และชาโต้เดอเลย, โรงงานผลิตไวน์, ไร่องุ่น ไม่พบการกระทำผิดแต่อย่างใด ส่วนพื้นที่ภูเรือวโนทยาน พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยมีการปลูกต้นองุ่นและ แมคคาเดเมีย เพื่อออกจาหน่าย