เนชั่นทีวี

ข่าว

"ไซด์ไลน์" พ่นพิษ! "วัชระ" ยื่น ป.ป.ช.สอบ "สมยศ"

12 ก.พ. 2561 | wanchat

"ไซด์ไลน์" พ่นพิษ! "วัชระ" ยื่น ป.ป.ช.สอบ "สมยศ"

อีกเรื่องที่อลวนไม่แพ้กัน ก็คือกรณีที่อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ออกมาแอ่นอกให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า เคยยืมเงิน 300 ล้านบาทจาก เสี่ยกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเคร็ท ซึ่งปัจจุบันตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีค้ามนุษย์ หลังเจ้าหน้าที่นำกำลังบุกเข้าไปตรวจค้น และพบการค้าประเวณีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่ต้องบอกว่ากลายเป็นเรื่องอลวน ก็เพราะคำสารภาพของ พลตำรวจเอก สมยศ ทำให้สังคมรับไม่ได้ ว่าทำไมคนระดับอดีต ผบ.ตร. ถึงต้องไปยืมเงินเจ้าของอาบอบนวดด้วย แถมยังให้สัมภาษณ์อ้างว่า อาชีพตำรวจเป็นงานไซด์ไลน์ แต่งานหลักคือทำธุรกิจกับเล่นหุ้น เรื่องนี้ส่อเค้าบานปลายแล้ว เมื่ออดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนความผิด พลตำรวจเอกสมยศ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และผิดประมวลจริยธรรมตำรวจ

ที่มาของเรื่องนี้ เกิดจากการตรวจสอบของดีเอสไอ เกี่ยวกับเส้นทางเงินของเสี่ยกำพล ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ยอมมอบตัว ตรวจสอบไปตรวจสอบมา พบว่าโยงกับอดีต ผบ.ตร.ท่านหนึ่ง ทำให้สังคมข้องใจว่าเป็นใครกันแน่ สุดท้าย พลตำรวจเอก สมยศ ออกมาแอ่นอกยอมรับแบบลูกผู้ชายว่าเคยยืมเงินถึง 300 ล้านบาทจากเสี่ยกำพล แต่ที่สังคมโดยเฉพาะตำรวจทั่วประเทศรับไม่ค่อยได้ก็คือ การที่คนระดับอดีต ผบ.ตร. ออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองว่า อาชีพตำรวจเป็นงานไซด์ไลน์ เพราะงานหลักคือทำธุรกิจ กับเล่นหุ้น
แม้ต่อมา พลตำรวจเอก สมยศ จะส่งข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ทำความเข้าใจกับพี่น้องตำรวจทั่วประเทศ ทำนองว่าคำพูดของตนไม่ได้หมายความว่า "งานตำรวจเป็นไซด์ไลน์" แต่หมายถึงรายได้หลักในช่วงที่รับราชการ ไม่ใช่เงินเดือนตำรวจ แต่เป็นเงินจากการทำธุรกิจ จึงไม่เคยต้องรับส่วยใคร รวมถึงลูกน้องด้วยก็ตาม แต่เรื่องนี้ก็ดูจะไม่จบง่ายๆ เสียแล้ว
ล่าสุด คุณวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อยื่นหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ พลตำรวจเอก สมยศ เพราะจากคำให้สัมภาษณ์ถือว่าไม่ได้อุทิศเวลาและความตั้งใจในการทำงาน ระหว่างเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตามจรรยาบรรณของตำรวจ อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่ และอาจมีความผิดตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ.2551 ด้วย
นอกจากนั้นยังขอให้ตรวจสอบกรณีที่ พลตำรวจเอก สมยศ อ้างว่ายืมเงินเสี่ยกำพลถึง 300 ล้านบาท แต่ไม่มีการแจ้งในบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ช่วงที่เข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.เมื่อปี 57 ด้วย ถือว่าเป็นการจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ (คุณผู้ชมลองดูในบัญชีทรัพย์สินที่เรานำมาขยายให้ดูที่หน้าจอ ในส่วนที่เป็น "หนี้สิน" จะเห็นว่า พลตำรวจเอกสมยศ แจ้งเฉพาะหนี้ที่กู้ยืมจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน ราวๆ 14 ล้านบาทเท่านั้น)
คุณวัชระ ให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ออกมารับหนังสือว่า ไม่ทราบว่าเป็นเพราะก่อนหน้านี้เลขาธิการ ป.ป.ช. ชี้แจงว่า "การยืมนาฬิกาเพื่อน" ไม่ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สินหรือเปล่า เลยทำให้ พลตำรวจเอกสมยศ ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินว่ายืมเงินมาจากเสี่ยกำพล 300 ล้านบาท ฉะนั้น ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบเรื่องนี้ และหวังว่าจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ทำแค่ไซด์ไลน์
คุณวัชระมีการใช้คำว่า "ไซด์ไลน์ " แขวะ ป.ป.ช.ด้วยนะ จริงๆ แล้วเรื่องบัญชีทรัพย์สิน ก็ต้องย้อนไปดูด้วยว่า พลตำรวจเอกสมยศ ยืมเงินเสี่ยกำพลปีไหน ถ้ายืมหลังปี 57 ก็ยังไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน หรือถ้ายืมก่อนปี 57 คือก่อนเข้ารับตำแหน่ง สนช. แล้วคืนไปหมดแล้ว ก็ไม่ต้องแจ้งเหมือนกัน ฉะนั้นเรื่อง ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบในรายละเอียดต่อไป แต่ที่น่าสนใจก็คือ ตำแหน่ง ผบ.ตร.ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย ก็ต้องไปย้อนดูอีกว่าตอนนั้นแจ้งไว้หรือเปล่า เรื่องนี้หลายคนมองว่ารัฐบาล คสช.ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นคนตั้ง พลตำรวจเอกสมยศ เป็นผบ.ตร. เมื่อ 1 ตุลาคม 57 และยังตั้งเป็น สนช.ด้วย ก็ต้องรอดูว่าหัวหน้า คสช.อย่าง "นายกฯลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะแอคชั่นเรื่องนี้อย่างไร

ข่าวล่าสุด