เนชั่นทีวี

ข่าว

กองปราบจับพิรุธหวย 30 ล้าน จ่อเอาผิด 4 ข้อหา

09 ก.พ. 2561 | lastman

กองปราบจับพิรุธหวย 30 ล้าน จ่อเอาผิด 4 ข้อหา

หลังจากคดีหวยอลวน 30 ล้าน ระหว่างหมวดจรูญ กับครูปรีชา พลิกไปพลิกมาหลายรอบ จนคนดูก็ลุ้นติดตามกันอยู่ทุกวัน ก่อนหน้านี้ที่คดีอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธร ภาค 7 ก็ไปสอบพยานบุคคลหลายปากทั้งยี่ปั้ว แม่ค้าสลาก แล้วยังมีคนเห็นสลากอยู่ในกระเป๋าเสื้อครูปรีชาด้วย


แต่เมื่อคดีถูกโอนมาให้ตำรวจกองปราบปรามรับผิดชอบ ก็เดินทางสอบสวนคลี่คลายคดี โดยเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ ก็ไปได้หลักฐานเด็ดเป็นคลิปเสียงที่สนธนากันระหว่างแม่ค้าสลากกับครูปรีชา ที่ปฎิเสธว่าไม่ได้ถูกรางวัลที่ 1 นอกจากนี้ยังพบพิรุธ พยานที่เป็นภรรยาของตำรวจ อ้างเห็นสลากที่ถูกรางวัลโผล่จากกระเป๋าเสื้อครูปรีชาก่อนขอแบ่งซื้อ แต่พยานปากนี้กลับให้การขัดกับคลิปเสียงครูปรีชาคุยแม่ค้า เพราะเวลานั้นครูปรีไม่อยู่ที่ตลาด แล้วจะเห็นได้ยังไง ทางตำรวจกองปราบเตรียมดำเนินคดี 4 ข้อหาหนักกับผู้เกี่ยวข้อง


หลังจากที่ตำรวจกองปราบนำสำนวนการสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 7 มาวิเคราะห์ ก็พบว่า สำนวนของตำรวจภูธร ภาค 7 ให้ความสำคัญกับพยาน 2 ปาก ปากแรกเป็นภรรยาของตำรวจ ที่ยืนยันว่าเห็นสลากใบที่ถูกรางวัล อยู่ในกระเป๋าเสื้อของครูปรีชา ส่วนพยานอีกปากบอกว่า เห็นหมวดจรูญ ก้มเก็บสิ่งของตกหล่นบนพื้น คือเป็นการให้ความสำคัญกับพยานบุคคล ไม่ได้ให้หนักน้ำหนักหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบทางเทคโนโลยีเลย


ก่อนหน้านี้ถ้าจำกันได้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ให้ตำรวจกองปราบเข้าไปช่วยตำรวจภูธรภาค 7 สืบสวนคลี่คลายคดี ชุดสืบสวนกองปราบปราม เค้าก็ไปลงพื้นที่และใช้เทคโนโลยี่ตรวจสอบหาหลัฐานต่างๆเสร็จแล้วก็ส่งให้ภาค 7 ไป แต่ก็ไม่เคยเอามาดูเลย ถ้าหากเชื่อแต่พยานบุคคล สำนวนก็จะมีทิศทางที่มุ่งไปที่ ครูปรีชา ว่าเป็นเจ้าของสลากที่แท้จริง


คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่กองปราบปรามได้มาคือคลิปเสียงสนธนาระหว่างแม่ค้ากับครูปรีชา จะทำให้เห็นพิรุธพยานรายหนึ่งที่เป็นภรรยาของตำรวจ บอกว่า พบเห็นสลากฯที่ถูกรางวัลโผล่ขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อครูปรีชา โดยจำเลขได้ทั้ง 6 หลัก จึงเอ่ยปากขอซื้อต่อแต่ ครูปรีชา ไม่ขาย สรุปคือพยานคนนี้บอกว่าเห็นครูปรีชาอยู่ที่ตลาดนะ ทางกองปราบเค้าเทคโนโลยีไปตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของนางรัตนาภรณ์ ที่โทรหา ครูปรีชา พบว่ามีการพูดคุยกันหลังจากประกาศผลสลากฯ ซึ่งปรากฎในฐานข้อมูลว่าตอนนั้นครูปรีชาอยู่ที่อื่น ไม่ได้อยู่ที่ตลาดนั้น แล้วพยานคนนี้จะเห็นสลากกับครูปรีชาได้ยังไง


กระบวนการที่จะหาความเป็นเจ้าของสลากฯได้นั้น จะต้องทำการพิสูจน์ให้ได้ว่าครูปรีชา เป็นเจ้าของตัวจริง และสั่งซื้อจาก นางรัตนาภรณ์ แม่ค้าสลากเท่านั้นหรือไม่เท่านั้น คือก่อนหน้าทางตำรวจภูธรภาค 7 เค้าบอกว่ามีการสอบพยานแล้วเชื่อว่า ครูปรีชาน่าจะเป็นเจ้าของสลาก จึงจะแจ้งข้อหาหมวดจรูญ ฐานยักยอกทรัพย์ตกหล่นและรับของโจร โดยบอกว่ากระบวนยุตธิรรมของไทยเป็นระบบกล่าวหา ก็จะส่งอัยการสั่งฟ้องไปก่อน แล้วหมวดจรูญมีหลักฐานอะไรค่อยไปพิสูจน์ในชั้นศาลเอาอะกัน ให้ศาลตัดสิน


เรื่องนี้ทำให้คนงงกันมาก บอกว่า ชั้นถูกหวยอยู่ดีดี มีคนมาแจ้งความชั้น ทำไมคนที่แจ้งความไม่หาหลักฐานมาพิสูจน์เองว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ตำรวจกลับผลักภาระมาให้คนที่นำสลากไปขึ้นรางวัลพิสูจน์เองได้อย่างไร ตามรายงานของกองปราบปราบ บอกว่า เรื่องนี้ ทางภาค 7 อาจไม่ได้พิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบและรัดกุมเพียงพอ ทั้งที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าหากทรัพย์สินอยู่กับผู้ใดให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของ ซึ่งสอดคล้องกับข้อความที่ปรากฏอยู่ด้านหลักสลากฯ ที่ระบุว่าเงินรางวัลจะจ่ายแก่ผู้ที่ถือสลากฉบับที่ถูกรางวัลนำมาขอรับเท่านั้น


มีรายงานด้วยว่าทางผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจโท ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ได้กำชับให้กองปราบปราม ดำเนินคดีนี้ด้วยความเป็นธรรมและหากพบว่าพยานในคดีหรือผู้เกี่ยวข้องกับคดีมีความพยายามบิดเบือนหรือให้การที่จะทำให้คดีและสังคมเกิดความสับสนก็ให้พิจารณาดำเนินคดีได้ทันที

ข่าวล่าสุด