จากพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมุ่งหวังบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ สืบสานพระราชปณิธานของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ทรงปกครองดูแลชาติบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยจากภยันตรายนานับประการ จึงเป็นที่มาของการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานมาเพื่อให้ประชาชนได้มาร่วมกัน สร้างกำลังใจแก่ผู้ยากไร้ โดยที่พระองค์ท่านอยากให้งานนี้ออกมา มีเกร็ดสาระความรู้ พร้อมกับความงดงาม ไปในตัวด้วย โดยที่ว่าให้ใช้ธีมย้อนยุคตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 จนมาถึงรัชกาลที่ 9
โดยที่ให้เล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพระราชประวัติ และการเดินทางของแผ่นดิน ในสมัยรัชกาลที่ 5 ว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระวิเทโศบายอย่างไร ที่จะนำพาประเทศ ให้รอดพ้นจากการล่าอาณานิคมของมหาอำนาจต่างๆ
เพราะฉะนั้น ในส่วนของการออกแบบนิทรรศการในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นส่วนแรก ออกแบบเป็นอาคารบ้านเรือนต่างๆ ถูกสร้างขึ้นมาให้เกิดความศิวิไลซ์
ท่ามกลางความศิวิไลซ์ของชาติบ้านเมือง ยังมีความงดงามของความเป็นไทยผ่านงานศิลปะชั้นสูง เห็นได้ตามจุดต่างๆ ภายในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว รวบรวมไว้ให้เราชมภายในสถานที่แห่งเดียวกัน
ในส่วนรัชกาลที่ 9 ผมใช้ศิลปะของกาารสอนคนให้ดำเนินชีวิตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าเป็น 70 ปีแห่งการสร้างศิลปะการดำเนินชีวิต
ด้วยขนาดพื้นที่ของพระลานพระราชวังดุสิตกว้างขวาง จึงพอเหมาะกับการจัดแสดงเรือสุพรรณหงส์ ในรูปแบบงานศิลปะขนาดใหญ่ โดยสำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากร ระดมนายช่างผู้มากฝีมือร่วมกันจำลองพระราชพาหนะดังกล่าวขึ้นมาใหม่ พร้อมการประดับตกแต่งดอกไม้กว่า 30 ชนิด เนรมิตให้พระลานพระราชวังดุสิตงดงาม
เรือสุพรรณหงส์ ก็จะเปรียบเหมือนนาวา ที่พระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ทรงนั่งมาหลายร้อยปีที่แล้ว แล้วมาบัดนี้ เรือลำนี้ยังคงอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงนั่งอยู่บนบัลลังก์กัญญา และยังมีอีก 70 ล้านคนฝีพายก็คือ ประชาชนพวกเราจะร่วมกันพายนำพาศิลปวัฒนธรรมให้ดำเนินรุดหน้าต่อไป
นำรายได้ ร่วมสมทบทุนในโครงการจิตอาสา เพื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 จะได้ทรงนำรายได้เหล่านี้ เป็นเหมือนผ้าห่มอบอุ่น ที่จะไปหุ้มคนยากจนที่ยังเหน็บหนาวกับความทุกข์ของพวกเขาอยู่ และนี่คือที่มาของคำว่า อุ่นไอรัก คลายความหนาวครับ