พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา น.ส.ญุชนาถ ผู้ต้องหา ได้แปลงโฉมตนเองด้วยการสวมใส่วิกผม และแว่นสายตา เข้าไปในพื้นที่ศูนย์การค้าริเวอร์ไซด์พลาซ่า ถนนเจริญนคร ฝั่งตรงข้าม สน.สำเหร่ ก่อนจะเดินไปที่ร้านจำหน่ายเครื่องเพชรชื่อวีนา ทำทีตีสนิทและแอบอ้างตัวกับ นายจิรวัฒน์ ฉายสุนทรสิริ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านเพชร ว่า ตัวเองเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องครัวอยู่ในศูนย์การค้าเดียวกัน ขอดูสร้อยข้อมือเพชรไปให้มารดา ที่นั่งรออยู่ในร้านจำหน่ายเครื่องครัว จำนวน 2 เส้น พอเจ้าของร้านเพชร หลงเชื่อมอบสร้อยข้อมือให้ไป น.ส.ญุชนาถ จึงฉวยโอกาสหลบหนีออกจากศูนย์การค้าขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ด้าน พ.ต.อ.ภัสพงษ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวน สน.สำเหร่ ได้ร่วมกันแกะรอยผู้ต้องหาจากลายนิ้วมือแฝง และวงจรปิด พบว่า น.ส.ญุชนาถ ผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับคดีลักทรัพย์ตามร้านเครื่องเพชร ในลักษณะเดียวกันติดตัวอยู่ถึง 13 คดี ในท้องที่ สน.ห้วยขวาง สน.บางโพงพาง สน.บางพลัด สน.ประเวศ สน.หัวหมาก สน.ปทุมวัน สน.บางยี่ขัน และ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยตระเวนก่อเหตุตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน สร้างมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่สำคัญยังพบเบาะแสว่า น.ส.ญุชนาถ เป็นบุคคลตามหมายจับที่กองปราบปรามตามตัวอยู่เช่นกัน จึงประสาน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. เพื่อสนธิกำลังกันตามจับกุม น.ส.ญุชนาถ ได้ที่ตลาดนิคมลาดกระบัง ก่อนนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีที่ สน.สำเหร่