เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 5 ก.พ.61 ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. พร้อมคณะ และผู้นำท้องถิ่นของจันทบุรีรวมถึงจังหวัดใกล้เคียงว่า บรรยากาศในการประชุมก็เป็นไปด้วยดี แต่ยังไม่ชื่นมื่น เพราะไม่ว่าจะเสนอหรือพูดอะไร นายกฯ จะอ้างว่ากำลังทำอยู่หรือบางเรื่องทำแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อนายกฯ เดินเข้ามาถึงก็แซวว่า "สาธิตต้องเบาๆ หน่อย" ซึ่งตนก็ชี้แจงไปว่า การที่ตนพูดก็พูดในหลักการ ซึ่งนายกฯ ก็บอกว่าจะรับฟัง ตนก็ขอบคุณที่นายกฯ ติดตามในสิ่งที่ตนพูด และการมาประชุมครั้งนี้ของตนก็ไม่ได้ไปกดดันอะไรนายกฯ และไม่ได้มาเสริมภาพลักษณ์ทางการเมืองให้ใคร เพราะตนไม่ได้มาเพื่อการเมืองแต่มาเพื่อจะพัฒนาในจังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งนายกฯ ระบุว่าจะนำไปพิจารณา โดยมอบหมายให้นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ประสานในเรื่องเหล่านี้
นายสาธิต กล่าวอีกว่า นายกฯ ได้ของว่าอย่ากดดันกันมาก ถ้าไม่กดดันจะทำให้ดี แต่จากการที่พูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือเรื่องของการพัฒนาการสมดุลกันในพื้นที่ อยากให้เป็นพื้นที่สีเขียว การเกษตร นายกฯ รับฟังบอกบางเรื่องทำไปแล้ว บางเรื่องจะรับไปแก้ไข อย่างไรก็ตาม ตนยังได้เสนอต่อนายกฯ ว่าควรจะให้มีการการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมากขึ้น โดยนายกฯ ชี้แจงว่า ต้องดูว่าท้องถิ่นมีความพร้อมแล้วหรือยัง และหลายเรื่องทำไปเกือบหมดแล้ว แต่ตนเห็นว่ายังไม่ลงลึกในรายละเอียดมากเพียงพอ
ขณะที่นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคพลังชล พร้อมสนับสนุนนายกฯ คนนอกหรือไม่ ว่า วันนี้เรายังไม่มองถึงขั้นนั้น ขณะนี้รอให้มีการประกาศเลือกตั้งตามโรดแม็พที่นายกฯ เคยประกาศไว้ เพราะสถานการณ์แต่ละเวลามีหลายปัจจัย การเลือกตั้งจะมีเมื่อไรเราก็เตรียมการในส่วนของเราก่อน ส่วนจะสนับสนุนใครนั้น พรรคพลังชลยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ พรรคฯได้วางสถานะตัวเองไว้เป็นขนาดกลาง แต่ตอนนี้เรายังไม่ประเมินว่าจะสนับสนุนใคร เพราะยังเร็วเกินไป และขณะนี้ยังไม่รู้สถานการณ์หลังเลือกตั้ง แม้รัฐธรรมนูญเปิดช่องนายกฯ คนนอกก็ตาม
ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการดีลระหว่างพรรคพลังชลกับทหารนั้น นายสนธยา กล่าวว่า ยืนยันไม่มีการดีลทางการเมือง มีแต่การพูดคุยเรื่องการขับเคลื่อนงานต่างๆในภูมิภาค ซึ่งในที่หารือวันนี้นายกฯ ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการเมือง เพียงแต่พูดเรื่องงาน และหวังว่าฝ่ายการเมือง ประชาชน และรัฐบาล จะได้พูดคุยในเรื่องการทำงานเพื่อให้เกิดผลดีต่อประชาชนในภาพรวม