เนชั่นทีวี

ข่าว

ผกก.ตร.ทางหลวง เข้าพบ "ฮาวา" วอน ตร. 2 นาย ต้นเหตุเข้าเยี่ยม

30 ม.ค. 2561 | nation_ent

ผกก.ตร.ทางหลวง 
เข้าพบ "ฮาวา" 
วอน ตร. 2 นาย
ต้นเหตุเข้าเยี่ยม

ผกก.ตร.ทางหลวง ยกกระเช้ารุดเยี่ยมอาการนักร้องสาว"The X Factor Thailand"เผยรอผลสอบปากคำผู้ขับขี่รถทุกคนจึงสรุปสำนวนได้ ด้านนักร้องสาว วอนอยากให้ตร.2นายต้นเหตุเข้าเยี่ยมตน

กรณีเฟซบุ๊กชื่อ "Hawa Hawax" ของ น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ "น้องฮาวา" อายุ 27 ปี นักร้องอิสระ ผู้เข้าประกวด ร้องเพลง "The X Factor Thailand" ทางช่อง "เวิร์คพอยท์" ได้โพสต์ภาพใบหน้าตัวเองในสภาพอาบเลือด และรถเก๋งสภาพพังยับ หลังประสบอุบัติเหตุรถชนระหว่างเส้นทางบางปะหัน-บางปะอิน บริเวณหลักกิโลเมตร 26+600 ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยระบุว่า "กำลังขับรถไปเล่นดนตรีที่อยุธยา อยู่ๆตำรวจทางหลวงเดินมากลางถนนเพื่อโบกรถสิบล้อคันข้างหลังที่อยู่เลนขวาสุดให้หยุด เป็นด่านลอย ยืนกันอยู่ 2 คน เราเป็นคันตรงกลาง มีรถอยู่ข้างหน้าเราคันหนึ่ง เราเบรกทัน แต่สิบล้อเบรกไม่ทันชนรถเรา กีต้าร์ของเราโดนชนเต็มๆ เราหางตาแตกเลือดไหลเต็มเสื้อ ตอนนี้หาหมอเรียบร้อย อยู่สถานีตำรวจแล้ว พอเจอตำรวจ ตำรวจพูดจาเหมือนไม่ใช่ความผิดตำรวจ บอกว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ควรรู้สึกยังไงดี" ภายหลังภาพและข้อความถูกโพสต์ออกไป มีผู้คนในโลกออนไลน์พากันเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางจำนวนมาก ต่อมาได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 มกราคม ที่รพ.วิภาวดี พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล ผกก.1 บก.ทล. พร้อมด้วยพ.ต.ท.ขุนเขา โพธิ์สุวรรณ สว.สทล.1 กก.1 บก.ทล. ผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย ได้เดินทางเข้าเยี่ยม น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ "น้องฮาวา" ที่กำลังนอนพักษาตัวอยู่  เจ้าหน้าที่ได้นำกระเช้าดอกไม้มามอบเป็นกำลังใจ พร้อมพูดคุยถึงเหตุการณ์และคดีความดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

 พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ กล่าวว่า ที่วันนี้ได้เดินทางมาคือ มาเยี่ยมอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บด้วยความห่วงใย จากผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความสบายใจ และปรึกษาแนวทางไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้อีก นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงค่าเสียหาย และประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บและคู่กรณี ส่วนคดียังไม่เป็นที่สรุป ก็ต้องไปคุยกับทางคู่กรณีด้วย ว่ามีค่าเสียหายและค่าใช่จ่ายอย่างไรบ้าง

 พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการปฏิบัติหน้าที่นั้น ผมขอไม่พูดถึง เพราะทางผู้บังคับบัญชาได้มีการชี้แจงไปหมดแล้ว แต่จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย การปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นไปตามแผนของหน่วยงานอยู่แล้ว ส่วนถนนตามพรบ.จราจรทางบก มีกำหนดอยู่แล้วในรถบรรทุกวิ่งช่องทางด้านซ้ายสุดอยู่แล้ว ถ้าถนนจะเป็นคลื่นหรือสาเหตุทำให้ไม่สามารถสัญจรทางช่องซ้ายได้ จะวิ่งขวาก็ถือว่าไม่ผิดอะไร ซึ่งต้องดูตามความเป็นจริงว่าถนนสามารถวิ่งได้หรือไม่

 พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้ได้รับบาดเจ็บก็มีความสบายใจและเข้าใจมากขึ้น เพราะในวันเกิดเหตุอาจจะมีการสื่อสารไม่เข้าใจกัน ซึ่งตอนนี้จะต้องรอให้มีการสอบปากคำทุกประเด็นทั้งคันแรก คันที่สอง และคันที่สาม ให้ครบถ้วนก่อน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ทำให้บั่นทอนเสียกำลังใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลที่พี่น้องประชาชนใช้รถใช้ถนน เจ้าหน้าที่ก็จะต้องอำนวยความสะดวกแล้วทั้งเหตุการณ์ปกติและไม่ปกติ แต่คงจะต้องปรับปรุงเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้ขึ้นได้อีก

 ด้านน.ส.อรวี กล่าวว่า ขณะนี้หมอได้ทำการสแกนสมองแล้วพบว่าเป็นปกติ ซึ่งตอนนี้จะมีอาการเจ็บช้ำตามร่างกายมากกว่า โดยหายใจยังเจ็บซี่โครงอยู่บ้าง ส่วนเรื่องสภาพจิตใจตอนนี้ยังรู้สึกแย่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเหตุการณ์ที่อันตรายอาจถึงชีวิตได้ แล้วถ้าเสียชีวิตไปครอบครัวเราจะเป็นอย่างไร อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าเป็นความผิดพลาดเกิดจากเราจะเข้าใจได้

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าเป็นยุทธวิธีของทางเจ้าหน้าที่โดยไม่ได้เป็นการตั้งด่านลอย น.ส.อรวี กล่าวว่า ตอนนี้ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นการตั้งด่านลอยหรือไม่ ตนได้ความเป็นธรรมและต้องการคนรับผิดชอบเรื่องค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล มากกว่า ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้บอกกับตนว่าต้องรอสรุปสำนวนคดีให้เสร็จสิ้นก่อนถึงจะบอกเรื่องดังกล่าวได้

 น.ส.อรวี กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุตร.ทั้ง2 นาย ยังไม่ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมหรือพูดคุยใดๆ มีเพียงแต่พี่คนขับรถบรรทุกเท่านั้นที่เดินทางมาเยี่ยมและกล่าวขอโทษ พร้อมดำเนินการติดต่อกับประกันชดใช้ค่าเสียหาย แต่ยังมีความกังวล เพราะสิ่งที่เสียหายยังมีทรัพย์สินที่อยู่ภายในรถซึ่งใครจะรับผิดชอบส่วนนี้ ซึ่งตอนนี้ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง2 นาย เข้ามาเยี่ยมและมาอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ตนและอีกหลายๆคนมองว่า คนขับรถบรรทุกไม่ได้เป็นฝ่ายผิดเพียงฝ่ายเดียว

 ด้านนายกชกร มิ่งบุญ แฟนหนุ่ม กล่าวว่า ขณะวันเกิดเหตุตนได้เดินทางไปที่สภ.บางปะอิน เพื่อรอให้ปากคำ แต่เมื่อไปถึงร้อยเวรกลับมีการลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้วโดยไม่มีการสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางร้อยเวรได้ชี้แจ้งว่าอยากทราบเพียงว่าใครชนท้ายรถใครแค่นั้น ตนรู้สึกว่าควรจะมีการสอบถามตนถึงเหตุการณ์ในเบื้องต้นก่อนจะทำการลงบันทึก เพราะหากมีสุนัขตัดหน้า หรือต้นไม้ล้ม ไม่ต้องอธิบายหรือไม่อย่างไร โดยไม่รู้ว่าเจตนาที่แท้จริง แต่อยากได้ความยุติธรรมและความถูกต้องมากกว่า ถ้าหากผลการตัดสินออกมาพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง2 นายไม่ผิด ตนก็จะดูเหตุผลในการตัดสินว่ามีความยุติธรรมมากแต่ไหน หาก ดูแล้วไม่มีความเป็นธรรมตนก็จะดูตามความเหมาะสมต่อไป

ข่าวล่าสุด