นายไพศาล เปิดเผยว่า ตนถูกรางวัลที่หนึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 5 ใบ มูลค่า 30 ล้าน งวดวันที่ 1 ก.ค. 60 ต่อมาพบว่าสลากกินแบ่งของตนที่เก็บไว้ในลิ้นชักในโรงงานของตนได้หายไป จึงพยายามค้นหาแต่ไม่พบ นอกจากนี้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในห้องทำงานพบว่าถูกถอดทิ้งไว้ไม่สามารถเปิดดูได้
นายไพศาล กล่าวต่อว่า โดยส่วนตัวสงสัยลูกน้องที่ทำงานในโรงงานจำนวน 4 ราย เนื่องจากวันที่ 1 ก.ค. ได้สั่งให้ลูกน้องเข้าไปปิดเครื่องปรับอากาศในห้องทำงาน จากนั้นก็พบว่าลูกน้องดังกล่าวมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปบางรายออกรถเก๋งใหม่ ซึ่งปัจจุบันลูกน้องทั้งหมดได้ลาออกไปหมดแล้ว
นายไพศาล กล่าวต่อไปว่า หลังจากหาสลากกินแบ่งไม่เจอ จึงได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สภ.บางม่วง จ.นครสวรรค์ วันที่ 7 ก.ค. 60 แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ทราบเพียงว่ามีการเรียกแม่บ้านของโรงงานตนไปสอบปากคำเพียงคนเดียว ต่อมาวันที่ 19 ธ.ค. 60 พนักงานสอบสวนสภ.บางม่วง ได้เรียกให้ตนเข้าไปลงบันทึกประจำวันใหม่เนื่องจากประจำวันเก่าหาย อย่างไรก็ดีจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในทางคดีจึงตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือจากกองปราบปราบ
"ผมจำได้ว่าซื้อสลากกินแบ่งหมายเลข 112360 โดย 112 เป็นเลขรหัสวิชาที่ผมสอน ส่วน 360 เป็นเลขที่ผมชอบเป็าการส่วนตัวและซื้อมาตลอด นอกจากนี้จุดที่สงสัยว่าทำไมตำรวจไม่เรียกลูกน้องที่สงสัยไปสอบปากคำ" นายไพศาลกล่าว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำในเบื้องต้น ก่อนจะรวบรวมเอกสารที่ผู้เสียหายนำมามอบให้ ส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่1หายของนายไพศาล นั้นทางพนักงานสอบสวนสภ.บางม่วง ได้สอบปากคำทั้งยี่ปั๊วและคนขายสลากแล้วพบว่าไม่มีเลขสลากกินแบ่งดังกล่าว