ผอ.สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีสภาพอากาศนิ่ง และชั้นอากาศผกผันใกล้พื้นดิน ทำให้มลพิษทางอากาศเกิดการสะสมตัวในปริมาณมาก แต่พบว่าสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น
ล่าสุดวันที่ 25 ม.ค.61 คุณภาพอากาศใน กทม.และปริมณฑลจากการตรวจค่า PM 2.5 ฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ของกรุงเทพ ช่วยให้สถานการณ์มลพิษลดลง ยกเว้นบริเวณริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี ยังตรวจวัดได้ 57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่าเฉลี่ยมาตรฐานอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
สำหรับจุดสังเกตุของมลพิษทางอากาศที่เกิดการสะสมตัวในปริมาณมากจะเกิดเป็นหมอกสีเทาหรือสีน้ำตาล ส่วนใหญ่เกิดจากยานพาหนะและการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะจะเกิดช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน โดยปีนี้เริ่มเกิดตั้งแต่วันที่ 18 มกราคมต่อเนื่องหลายวันและไม่มีแดดจนสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ประกอบกับ ปัจจัยจากสภาพอากาศและอุณหภูมิที่ลดลงจนเกิดอากาศเย็น มีค่าเฉลี่ยประมาณ 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้ประชาชนหายใจไม่สะดวก ไอจาม แสบจมูกเล็กน้อย และมีน้ำมูกไหล ขณะนี้เริ่มมีแสงแดดส่องแล้วจะช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นระบายออกได้ และอากาศลอยขึ้น
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีโอกาสเกิดสภาพอากาศลักษณะเช่นนี้อีกครั้ง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าอุณหภูมิในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะเย็นลงในเร็วๆนี้