บ้านหรูหลังนี้ เป็นที่อยู่ตามบัตรประชาชนของ ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคนแรกที่ถูกออกหมายจับในคดีเดียวกัน และเข้ามอบตัวกับตำรวจไปแล้ว ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดย ศศิธร มีชื่อเป็น "หุ้นส่วนผู้จัดการ" ของสถานบริการอาบอบนวดหลายแห่ง ซึ่งเชื่อกันว่าโยงใยไปถึง "เสี่ยกำพล"
บ้านหรูหลังนี้ ใหญโตระดับคฤหาสถ์ ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน มีรั้วรอบขอบชิด ติดป้ายชื่อบ้านอย่างขัดเจนว่า "เทพสุภรณ์" หลังแนวรั้วสูงท่วมหัว มีเนื้อที่หลายไร่ ภายในมีบ้านนับ 10 หลังปลูกอยูู่เรียงราย มีป้อมรักษาความปลอดภัยถึง 2 จุด แน่นอนว่า เจ้าของบ้านหลังนี้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่จากการสอบถามคนสวนและแม่บ้าน ไม่ได้รับข้อมูลใดๆ นอกจาก "ไม่รู้" สถานเดียว แม้ว่า "ที่ตั้ง" ของบ้านหลังนี้ จะเป็นที่อยู่ตามบัตรประชาชนของ ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดี "วิคตอเรีย ซีเครท" ก็ตาม
คดีบุกทลายอาบอบนวด "วิคตอเรีย ซีเครท" หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และหุ้นส่วนผู้จัดการ , ห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรินทร์ ออนเซน ในคดีค้ามนุษย์แล้ว ต่อมาได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 2 คน คือ กำพล วิระเทพสุภรณ์ กับ นิภา วิระเทพสุภรณ์ สองสามีภรรยา แต่จนถึงขณะนี้ ทั้งสองยังไม่ยอมเข้ามอบตัว
จากการตรวจสอบของ "ล่าความจริง" พบว่า เสี่ยกำพล อยู่แวดวงธุรกิจโรงนวดมานานกว่า 40 ปี เคยทำงานที่อาบอบนวนอะตามิ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งสมัยก่อนเป็นถนนสายบันเทิงของกรุงเทพฯ มีอาบอบนวดและสถานบริการตั้งอยู่ติดๆ กันมากมายหลายแห่ง
ต่อมาธุรกิจอาบอบนวดมีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ เป็น "คอมเพล็กซ์ เอนเตอร์เทนเมนท์" แบบครบวงจร และย้ายจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ยึดหัวหาดย่านถนนรัชดาภิเษก และพระราม 9 กลุ่มแรกๆ ที่เข้าไปยึดกุมความได้เปรียบก่อนกลุ่มอื่น ก็คือ "เดวิส กรุ๊ป" ที่ขณะนั้นมี เสี่ยชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ เป็นผู้บริหาร
ปลายปี 2540 กลุ่มอะตามิ ก็ย้ายไปเปิด "อาบอบนวดโนอาร์" ที่ย่านพระราม 9 มีเสี่ยกำพลเป็นผู้บริหาร
นิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ เมื่อปี 2541 เคยเสนอรายงานพิเศษขึ้นปก เรื่อง "ทุนฟองสบู่(เก่า) ยึดรัชดา-พระราม 9" และได้สัมภาษณ์ เสี่ยกำพล ในฐานะผู้บริหารโนอาร์ ถึงการย้ายธุรกิจข้ามคลองแสนแสบมาเปิดอาบอบนวดฝั่งพระราม 9
กิจการของเสี่ยกำพล เจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ / ประกอบกับเสี่ยชูวิทย์ มีปัญหาในคดีริ้อบาร์เบียร์ รวมทั้งถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ลึกลับอุ้มตัว / จนมีการออกมาแฉตำรวจเกี่ยวกับ "ส่วยอาบอบนวด" อันลือลั่น / ทำให้ต่อมา ชูวิทย์ ตัดสินใจขายอาบอบนวด 3 แห่ง คือ ฮอนโนลูลู / โคปาคาบานา และบาร์บาร่า / ทำให้กิจการโรงนวดเข้าสู่ยุคทองของ "เดอะลอร์ด กรุ๊ป" ภายใต้การนำของ เสี่ยกำพล ก่อนจะมีการโอนหุ้นไปเป็นชื่อของศศิธร วิระเทพสุภรณ์ และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ
ระยะหลัง เสี่ยกำพล ยังแตกไลน์ธุรกิจไปสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ / พลังงทาน / และผันตัวเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น / ถือหุ้นอยู่มากกว่า 10 บริษัท / รวมไปถึงการเข้าซื้อทีมฟุตบอลของจังหวัดทางภาคเหนือ แล้วส่งไม้ต่อให้ลูกชายไปบริหาร / จนถูกมองเป็นความเชื่อมโยงทางการเมืองกับอดีต ส.ส.เหนือคนดัง / ขณะเดียวกันก็ปล่อยหุ้นในธุรกิจอาบอบนวดทั้งหมดให้เครือข่ายบริหารงานแทน