อดีตตร.ขับรถแหกด่าน ตำรวจเจ็บ 1 นาย
19 ม.ค. 2561 | te

อดีตนายตำรวจพิษณุโลกขับรถแหกด่าน ชนรถตำรวจเสียหาย 3 คัน ตำรวจเจ็บ 1 นาย ค้นในรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย คาดอาจเกิดอาการเครียดจากเรื่องส่วนตัว ตำรวจเตรียมตั้ง 3 ข้อหาหนัก
ข่าว
19 ม.ค. 2561 | te

อดีตนายตำรวจพิษณุโลกขับรถแหกด่าน ชนรถตำรวจเสียหาย 3 คัน ตำรวจเจ็บ 1 นาย ค้นในรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย คาดอาจเกิดอาการเครียดจากเรื่องส่วนตัว ตำรวจเตรียมตั้ง 3 ข้อหาหนัก
เมื่อเวลา 00.30 น ของวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา พลตำรวจตรีธวัชชัย มวลนรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกด่านตรวจที่ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงสาย 11 วังทอง-เขาทราย หลังจากที่ได้รับการประสานว่ามีคนร้าย ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอน หมายเลขทะเบียน บต-7005 พิษณุโลก ขับรถแหกด่านตรวจ ในอำเภอวังทอง และชนรถเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียหาย โดยรถคนดังกล่าวได้พยายามขับรถแหกทุกด่านตรวจ ชนรถสายตรวจของสถานีตำรวจวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เสียหายหนัก
เมื่อมาถึงด่านตรวจของสถานีตำรวจเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก คนร้ายยังได้ขับรถชนรถของสถานีตำรวจเนินกุ่มเสียหายไปอีก 1 คัน และเมื่อเข้าเขตจังหวัดพิจิตร ซึ่งมีการตั้งด่านอย่างแน่หนา คนร้ายยังได้ถอยหลังรถอย่างแรงเพื่อพุ่งชน รถสายตรวจของสถานีตำรวจวังทรายพูนจนเสียหายอีก 1 คัน และทำให้ ร้อยตำรวจเอกสิงขร กองสิงห์ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกด้วย
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องใช้วีธียิงยางรถล้อหน้าและล้อหลังซ้าย เพื่อสกัดไม่ให้คนร้ายหลบหนี แต่คนร้ายก็ยังขับรถหลบหนีต่อไปบนถนนสาย 11 จนถึงด่านเขาทราย เขตรับผิดชอบของอำเภอทับคล้อจังหวัดพิจิตร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้รถบรรทุก ขวางทางเพื่อหยุดรถ และสามารถจับกุม ร้อยตำรวจโทประสาน เชียวกิจ อายุ 62 ปี อดีตหัวหน้าเปรียบเทียบปรับ และเพิ่งเกษียณอายุราชการมาได้ 2 ปี และได้เตรียมที่จะเดินทางไปจังหวัดนครสวรรค์
พ.ต.อ.ทรงพร รอดเสียงล้ำ ผู้กำกับสถานีตำรวจวังทรายพูน และร้อยตำรวจเอกชวลิตคำสุกดี พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจวังทอง ได้ร่วมกันค้นรถปรากฏว่าไม่พบสิ่งกฎหมายใดๆ และเมื่อทำการสอบสวนเบื้องต้น ร้อยตำรวจโทประสานให้การวกวน และดูดบุหรี่ตลอดเวลา แต่พอจับใจความได้ว่าร้อยตำรวจโทประสาน เพิ่งเกษียณอายุราชการ มาได้เพียง 2 ปี และยังถูกยึดบ้าน และถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เครียดและก่อเหตุในครั้งนี้
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ โดยจะทำการสอบสวนอีกครั้งพร้อมตรวจปัสสวะ เพื่อหาสารเสพติด และเตรียมตั้ง 3 ข้อหาหนักคือ ฝ่าฝืนสัญญาณมือของเจ้าพนักงาน ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และขับรถชนทรัพย์สินของราชการได้รับความเสียหาย