แม่ร้องกองปราบลูกชายวัย 23 ถูกผู้ใหญ่บ้านจ้างวานฆ่า สืบทราบตร.ไม่ส่งมอบหลักฐานสำคัญจนอัยการยกฟ้อง
18 ม.ค. 2561 | jirasin_yin

แม่ร้องกองปราบขอความเป็นธรรมลูกชายวัย23ถูกผู้ใหญ่บ้านในจ.สุราษฎร์ฯจ้างวานฆ่าสืบทราบตร.ไม่ส่งมอบหลักฐานสำคัญจนอัยการยกฟ้อง
ข่าว
18 ม.ค. 2561 | jirasin_yin

แม่ร้องกองปราบขอความเป็นธรรมลูกชายวัย23ถูกผู้ใหญ่บ้านในจ.สุราษฎร์ฯจ้างวานฆ่าสืบทราบตร.ไม่ส่งมอบหลักฐานสำคัญจนอัยการยกฟ้อง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความ ได้พานางวรรณี จิตรรัตน์ มารดาของ นายจักรกฤษณ์ โชติศันสนีย์ อายุ 23 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในจ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2558 นำหลักฐานซึ่งเป็นเอกสารและคลิปเสียง เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในคดีดังกล่าว ภายหลังอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้นางวรรณี เปิดเผยว่า ผู้ตายทำงานเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ และก็ยังเป็นอดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลของโรงเรียนด้วย ส่วนสาเหตุที่ถูกยิงก็มาจากเรื่องที่ลูกชายไปคบหากับภรรยาของผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งเชิงชู้สาว หลังไปรู้จักกันในการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลเขต เมื่อผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวทราบเรื่อง ก็ให้คนมาสะกดรอยติดตาม และว่าจ้างมือปืนให้มายิงจนเสียชีวิต เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 หลังเกิดเหตุตำรวจสภ.พุนพิน สืบสวนจนสามารถออกหมายจับมือปืนผู้ก่อเหตุได้นางวรรณี กล่าวต่อว่า ต่อมาผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นคนว่าจ้าง ก็พามือปืนเข้ามอบตัวกับตำรวจ และขอประกันตัวเพื่อสู้คดี ระหว่างนั้นตนก็ได้รับการติดต่อจากตำรวจนายหนึ่ง ว่าคู่กรณีอยากขอเจรจาไกล่เกลี่ย จึงเสนอเรียกเงิน 3 ล้านบาทไป แต่ตำรวจต่อรองเหลือ 1.5 ล้านบาท อ้างว่าต้องนำไปเฉลี่ยให้กับตำรวจ 4 นาย ในโรงพัก ทำให้เจรจากันไม่ได้ จึงขอให้มีการดำเนินคดีไปตามกระบวนการ แต่เมื่อเรื่องมาถึงชั้นอัยการกลับสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากคดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นมือปืนลงมือก่อเหตุ ซึ่งตนก็มองว่าเหตุเกิดขึ้นในเวลากลางวัน และยังทราบว่าตำรวจมีภาพวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ส่วนหนึ่งไว้ได้ แต่กลับไม่ส่งมอบให้อัยการ ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อการเสียชีวิตของลูกชาย จึงตัดสินใจมาร้องเรียนกองปราบปราม หลังไปร้องเรียนมาแล้วหลายหน่วยงานแต่เรื่องก็ไม่คืบหน้าเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป