นางสาวกมลพร นิลชิต อายุ22ปี อยู่บ้านเลขที่88 หมู่8 ต.ศรีนาวา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับรวมทั้งหมด11หมาย หลังนางสาวกมลพร ได้ทำการสร้างเฟสบุ๊ค โดยใช้ชื่อว่า กนกกร สอนนาค,กนกร สินนาค,และกาญจนา รถหลุดจำนำ ซึ่งเฟสบุ๊คทั้งสามชื่อที่สร้างขึ้นมานั้นก็เพื่อหลอกขายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในราคาถูกพร้อมกับมีภาพรถที่ผู้เสียหายต้องการให้ดูบนหน้าเฟส จากนั้นให้ผู้เสียหายโอนเงินค่ามัดจำให้ เมื่อจ่ายค่ามัดจำแล้วนางสาวกมลพรกลับไม่ส่งมอบรถให้กับผู้เสียหายตามที่ตกลงกัน จากนั้นก็จะทำการบล็อคเฟสและเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายทำให้ติดต่อไม่ได้ โดยทำอย่างนี้มาบ่อยครั้งจนมีผู้เสียหายไปแจ้งความไว้หลายรายในหลายพื้นที่ ทั้งจ.ราชบุรี ประจวบคีรีขันต์ ตาก พิจิตร อ่างทอง ขอนแก่น สมุทรสาคร สระบุรี นครศรีธรรมราช น่าน และเชียงใหม่ ซึ่งเริ่มมีพฤติกรรมในการหลอกลวงมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 และศาลในแต่ละจังหวัดที่ผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ ได้อนุมัติออกหมายจับรวมทั้ง11หมาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหานั้นอยู่ในพื้นที่อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด จึงได้ไปติดตามจับกุมตัวมาได้
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมนายสราวุธ สมพงษ์อินทร์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับปฎิทินตำรวจ หลังก่อเหตุขับรถพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้รถได้รับความเสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ2นาย ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่เพื่อเปิดทางวิ่งหลบหนี ซึ่งเมื่อตรวจค้นภายในรถยังพบยาเสพติด จำนวนหนึ่งอยู่ในรถของผู้ต้องหาด้วย โดยเหตุเกิดที่บริเวณสะพานบ้านท่าช้าง หมู่9ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่10ส.ค.60ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ยังจับกุมนายอุดม การสว่าง อายุ38ปี อาศัยอยู่ในฟาร์มหมูแห่งหนึ่งในต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายอุดม นั้นมีอาวุธปืนไว้ครอบครองหลายกระบอก จึงขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดราชบุรี ซึ่งจากการเข้าตรวจค้ นก็พบอาวุธปืนยาว2กระบอก อาวุธปืนสั้น1กระบอก และกระสุนปืนอีกจำนวนมาก จึงได้ตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป