ขบวนการนี้เค้าใช้วิธีสร้างภาพให้มีความน่าเชื่อถือ คือมีการจัดบรรยายที่โรงแรมหรู ให้ผู้บริหารนั่งเฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำมาบรรยายทำเพจข่าวซีเอ็นเอ็นปลอม จูงใจนักลงทุน แต่เมื่อตรวจสอบไปทางสหรัฐไม่พบว่ามีการประกอบธุรกิจ ผู้ต้องหามีทั้งชาวต่างชาติและคนไทย เรียกได้ว่าเป็นองค์กรอาชญกรรมข้ามชาติเลยทีเดียว สร้างความเสียหายมากกว่า 1,7000 ล้านบาทพันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ แถลงจับกุม นายรัฐเขต ฉายารัตน์ หรือดร.กบ และนางกนกกุล พรอภิโชติ สองผู้ต้องหาชาวไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลในความผิดฐานองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันกู้ยืมเงินซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยร่วมกับชาวต่างชาติอีก 8 ราย ทั้งชาวสิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา ที่กำลังอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี ที่ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายร่วมลงทุนซื้อขายหุ้นทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและทำให้ประชาชนกว่า 1 พันราย ได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า 1,700 ล้านบาท
สำหรับพฤติการณ์กระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหาเริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีที่แล้ว มีผู้เสียหายได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนมาดีเอสไอ เพื่อขอให้ตรวจสอบบริษัท อีเกิ้ล เกทส์ กรุ๊ป จำกัด กับพวก ได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายนำเงินไปร่วมลงทุนไปซื้อขายดัชนีหุ้นต่างประเทศเพื่อทำกำไร อ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนสูงตามแพ็คเกจที่ลงทุน และสามารถถอนผลตอบแทนและเงินต้นคืนได้ตลอดเวลา
ขบวนการนี้มีวิธีสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้เสียหายตายใจ ทั้งการจัดทำเว็บไซต์ที่แสดงว่าเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก เปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 10 ปี มีผู้เชี่ยวชาญบริหารจัดการลงทุน มีแต่ได้กำไรเท่านั้นไม่มีขาดทุน และแอบอ้างว่า มีสถาบันการเงินระดับโลกหลายแห่งเป็นผู้รับประกันสภาพคล่องทางการเงิน รวมทั้งมีการจัดบรรยายแผนการตลาดตามโรงแรมหรูต่าง ๆ ให้ผู้มีชื่อเสียงด้านการลงทุนนั่งเฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำมาบรรยาย ทำให้ผู้เสียหายเหลง แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า บริษัทนี้ ไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ต้องกลุ่มนี้ได้รวมตัวกันในลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากมีทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มแรกทำหน้าที่ในการเปิดบริษัทและทำกิจกรรมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เช่น การจัดบรรยายตามโรงแรมต่างๆ และจัดคอนเสิร์ต กลุ่มที่สองทำหน้าที่ในการยักย้ายถ่ายโอนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากผู้เสียหาย และเปิดบัญชีบริษัทนอมินีขึ้นมาเพื่อรับโอนเงิน
ทางดีเอสไอได้ประสานกระทรวงมาตุภูมิ ประเทศสหรัฐอเมริกาตรวจสอบบริษัทอีเกิ้ลฯ พบว่ามีการก่อตั้งบริษัทจริง แต่ไม่เคยประกอบกิจการ มีเพียงการขายต่อกิจการเพื่อให้ผู้ลงทุนนำชื่อบริษัทไปใช้ สำหรับบริษัทอีเกิ้ลฯในไทยเข้ามาเปิดตัวตั้งแต่ปี 2559 หลอกลวงนักลงทุนทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก และยังเชื่อมโยงถึงขบวนการฟอกเงินกับกลุ่มนักค้ายาเสพติด ส่วนผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่เหลือ ทางดีเอสไอจะเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป