เนชั่นทีวี

ข่าว

กองทัพลั่นพร้อมสู้คดี "น้องเมย" ในศาล!

13 ธ.ค. 2560 | wanchat

กองทัพลั่นพร้อมสู้คดี "น้องเมย" ในศาล!

ข่าวใหญ่หนึ่งในหลายๆ ข่าวของวันนี้ / หนีไม่พ้นข่าวผลสรุปการสอบสวนของกองบัญชาการกองทัพไทย กรณีการเสียชีวิตของ "น้องเมย" นักเรียนเตรียมทหารภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ที่มีข่าวหลุดออกมาว่า ตายเพราะปัญหาสุขภาพ ไม่ใช่ถูก "ซ่อม" หรือ "ธำรงวินัย" หนักเกินร่างกายจะทนรับไหว ล่าสุดประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้ออกมายอมรับว่า ขณะนี้การสอบสวนคืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าน้องเมยเสียชีวิตเพราะอะไร พร้อมระบุว่าหากครอบครัวของน้องเมยไม่พอใจผลการสอบสวน ก็มีสิทธิ์ดำเนินการตามกฎหมาย กองทัพพร้อมสู้คดีในชั้นศาล

ข่าวที่ออกมา เป็นการเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของนักข่าวสายทหารชื่อดัง ระบุว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของน้องเมยเสร็จสิ้นแล้ว โดยเป็นการสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง 41 คน ทั้งเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหารของน้องเมย นักเรียนรุ่นพี่ทุกชั้นปี เจ้าหน้าที่ผู้เห็นเหตุการณ์ นักเรียนบังคับบัญชา นายทหารปกครอง ครู ทหารเสนารักษ์ (ซึ่งหมายถึงทหารหมอ) และกองแพทย์ในโรงเรียนเตรียมทหาร สรุปว่าสาเหตุที่น้องเมยเสียชีวิต เป็นปัญหาทางสุขภาพหลายเรื่อง ส่งผลให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ช่วงก่อนเสียชีวิตก็ไม่ได้ฝึกหนัก เพราะเข้า-ออกห้องพยาบาลตลอดเวลา มีหลักฐานการเข้ารับการรักษาและหลักฐานกล้องวงจรปิดชัดเจน
นี่คือข่าวที่หลุดออกมา ซึ่งต้องยอมรับว่าร้อนแรงจริงๆ ทั้งยังมีข่าวว่าคณะกรรมการสอบสวนฯ ได้สรุปรายงานผลสอบสวนเสนอต่อผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก ธารไชยันต์ ศรีสุวรรณ แล้วด้วย ทำให้ล่าสุด พลอากาศเอก ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ ต้องออกมาชี้แจง โดยยืนยันว่าขณะนี้ผลสอบยังไม่สมบูรณ์ คืบหน้าไปประมาณ 90% จึงไม่ทราบว่าข่าวออกไปแบบนั้นได้อย่างไร การสอบสวนยังเหลือสาระสำคัญอีกบางประเด็นที่จะต้องทำให้เกิดวามสมบูรณ์และคลายความสงสัย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ และจะสรุปเป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์ในวันพรุ่งนี้ เพื่อนำเรียนผู้บัญชาการทหารสูงสุดต่อไป จากนั้นผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะพิจารณาเองว่าจะแถลงข่าวหรือไม่
สำหรับผลการสอบสวนที่บอกว่าคืบหน้าไปแล้ว 90% นั้น ในประเด็นสาเหตุการตาย พลอากาศเอก ชวรัตน์ ประธานคณะกรรมการสอบสวน กลับบอกว่า ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นปัญหาสุขภาพของน้องเมยเอง หรือมีบุคคลอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องทำให้เสียชีวิต ต้องรอให้สรุปเสนอผู้บัญชาการทหารสูงสุดก่อน จากนั้นท่านจะพิจารณาเองว่าจะแจ้งสื่อมวลชน และแจ้งญาติผู้เสียชีวิตทราบหรือไม่ หรือจะให้ใครเป็นผู้ชี้แจง
ส่วนที่มีข่าวว่าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์สรุปผลผ่าชันสูตรศพรอบ 2 ส่งให้ครอบครัวของน้องเมยแล้วนั้น พลอากาศเอก ชวรัตน์ บอกว่า ตนไม่ทราบ เพราะมีการปกปิดข้อมูล ไม่เปิดเผย แต่ผลการสอบสวนของคณะกรรมการฯ ยืนยันว่ามีรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ว่าเกิดอะไรช่วงไหน มีหลักฐานพยานสนับสนุนทุกข้อเท็จจริงตามช่วงเวลาก่อนที่น้องเมยจะเสียชีวิต และจนถึงช่วงที่น้องเมยเสียชีวิตแล้ว

มาถึงตรงนี้ นักข่าวก็เลยถามต่อว่า หากผลสอบถูกเปิดเผยออกมาแล้วครอบครัวของน้องเมยไม่พอใจ จะฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมาย ทางกองทัพจะว่าอย่างไร ประเด็นนี้ พลอากาศเอก ชวรัตน์ บอกว่า ญาติผู้เสียชีวิตสามารถดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายได้ ถือเป็นสิทธิ์ โดยทางกองทัพหรือแม้แต่โรงเรียนเตรียมทหารไม่สามารถแทรกแซงได้ แต่ยืนยันว่าผลการสอบสวนของคณะกรรมการฯ มีความสมบูรณ์ในหลักฐาน พยาน อยู่ในระดับที่น่าจะชี้แจงต่อศาลได้อย่างเพียงพอแน่นอน
ในส่วนของผลการผ่าชันสูตรศพน้องเมยรอบ 2 ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์นั้น ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า พบร่องรอยความผิดปกติ เป็นรอยฟกช้ำตามร่างกาย ทำให้ทางครอบครัวเชื่อว่าน้องเมยอาจจะถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิต ซึ่งล่าสุดมีข่าวทางสื่อบางแขนงว่า ครอบครัวน้องเมยเตรียมเดินหน้าต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรมต่อไป หลังจากเพิ่งทำพิธีฌาปนกิจศพน้องเมยด้วยความโศกเศร้า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สำหรับผลการผ่าชันสูตรศพของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ตรงกับที่ "ล่าความจริง" เคยนำเสนอและเล่าให้คุณผู้ชมฟังไปหลายครั้งว่า ผลการชันสูตรพบหลักฐานบางอย่างที่ไม่ตรงกับผลการผ่าศพรอบแรกของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แต่ที่ไม่สามารถแถลงผลชันสูตรได้ตามกำหนดเวลา / เนื่องจากผลดีเอ็นเอยืนยันชิ้นเนื้ออวัยวะว่าเป็นของน้องเมยจริงๆ ไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากชิ้นเนื้อถูกแช่ฟอร์มาลีนเป็นเวลานาน ทำให้กระบวนการตรวจดีเอ็นเอเป็นไปอย่างยากลำบาก
การเสียชีวิตของน้องเมย ในฐานะนักเรียนเตรียมทหาร น่าจะเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ต้องไปจบกันในชั้นศาล เหมือนกับอีกหลายๆ กรณีที่นักเรียนทหาร หรือทหารใหม่ที่ผ่านการเกณฑ์เป็นประจำทุกปี ต้องเสียชีวิตระหว่างการฝึก และทางครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าบทสรุปของคดีจะเป็นอย่างไร เพราะบางกรณี ขึ้นศาลไปแล้ว ญาติไม่ติดใจเอาความ เพราะทนรับความโศกเศร้าจากการสูญเสียไม่ได้ เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมใช้เวลานาน และครอบครัวต้องทนฟังเรื่องความสูญเสียซ้ำๆ ระหว่างการสืบคดีในชั้นศาล นี่คือความน่ารันทดของครอบครัวผู้สูญเสีย ซึ่งทุกฝ่ายไม่ควรมองข้าม และต้องเร่งหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องราวลักษณะนี้ซ้ำอีก

ข่าวล่าสุด