แรงกดดันจากสังคมในเรื่องนี้ ทำให้กระทรวงกลาโหมต้องขยับปรับแก้เกี่ยวกับการ "ธำรงวินัย" ถึงขั้นมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา และเตรียมสรุปเป็นข้อเสนอกลับไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในเร็ววันนี้
"ล่าความจริง" ตรวจสอบข้อมูลจากอดีตนักเรียนเตรียมทหาร ซึ่งปัจจุบันเป็นนายทหารในกองทัพ พบว่า "ระบบการฝึก" ที่ใช้ในโรงเรียนเตรียมทหารมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมคนให้มีมาตรฐานเดียวกัน ก่อนเข้าไปเป็นทหารจริงเมื่อ "ขึ้นเหล่า" หรือ "แยกเหล่า" เป็นทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ โดยมี 3 ระบบใหญ่ๆ ที่ใช้กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
หนึ่ง คือ ระบบการปรับลักษณะทหาร เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องลักษณะท่าทาง การยืน เดิน นั่ง และอื่นๆ เพื่อให้มีลักษณะพร้อมสำหรับการเป็นทหาร
สอง ระบบการปรับปรุงวินัย เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องระเบียบวินัยต่างๆ เพื่อให้พร้อมรับคำสั่งทุกคำสั่งเมื่อต้องไปเป็นทหาร หรือออกรบจริงๆ
และ สาม ระบบเกียรติศักดิ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องของจิตใจ ความคิด ความเสียสละ และสำนึกรับผิดชอบ ให้มีความเป็นทหารที่สมบูรณ์ โดยอุดมคติสูงสุดก็คือการพร้อมสละชีพเพื่อชาติ
สองระบบแรก คือ การปรับลักษณะทหาร และการปรับปรุงวินัย นำมาสู่การฝึก การลงโทษ และการซ่อม ซึ่งปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่เตรียมทหารรุ่น 1 และแทบไม่เคยมีปัญหา เนื่องจากมีการวางระบบควบคุมดูแล ประกอบด้วย นายทหารบังคับบัญชา หรือ "ครูฝึก" ที่เป็นทหารจริงๆ กับ "นักเรียนบังคับบัญชา" หรือ "คอมแมนด์" ซึ่งมีทั้งนักเรียนรุ่นเดียวกัน และนักเรียนรุ่นพี่ เพื่อให้เกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน และพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งเมื่อขึ้นเหล่า หรือออกสนามรบ
นายทหารในกองทัพทุกคนที่ให้ข้อมูลกับ "ล่าความจริง" ยืนยันตรงกันว่า ระบบที่วางเอาไว้ ถือว่าดีมากอยู่แล้ว และแทบไม่เคยมีปัญหา ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกรณี "น้องเมย" เป็นเรื่องของตัวบุคคล ฉะนั้นต้องแก้ที่ "บุคคล" ไม่ใช่ "ระบบ"คำถามก็คือ "ระบบ" และ "ตัวบุคคล" ที่วางเอาไว้ ถูกควบคุมด้วยอะไร
คำตอบที่ "ล่าความจริง" ได้มา ก็คือ การฝึกและการปรับปรุงวินัย ต้องอยู่ภายใต้กรอบใหญ่ของพระราชบัญญัติวินัยทหาร พุทธศักราช 2476 ซึ่งยังคงบังคับใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน โดยเนื้อหาในกฎหมายระบุถึงการลงทัณฑ์ทหารที่กระทำผิดวินัยเอาไว้ 9 ประการ ได้แก่
9พฤติกรรมผิดวินัยทหาร
1.ขัดขืน หลีกเลี่ยง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง2.ไม่รักษาระเบียบการทำความเคารพ3.ไม่รักษามรรยาทตามธรรมเนียมทหาร4.ก่อให้แตกความสามัคคีในคณะทหาร5.เกียจคร้าน ละทิ้ง หรือเลินเล่อต่อหน้าที่6.กล่าวคำเท็จ7.ใช้กิริยาวาจาหรือประพฤติไม่สมควร8.ไม่ลงทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิด9.เสพเครื่องดองของเมาจนถึงเสียกิริยา
1. ดื้อ ขัดขืน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือตน2. ไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย3. ไม่รักษามรรยาทให้ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมของทหาร4. ก่อให้แตกความสามัคคีในคณะทหาร5. เกียจคร้าน ละทิ้ง หรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ6. กล่าวคำเท็จ7. ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร8. ไม่ตักเตือนสั่งสอน หรือลงทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดตามโทษานุโทษ9. เสพเครื่องดองของเมาจนถึงเสียกิริยา
ทัณฑ์ 5 สถาน1.ภาคทัณฑ์2.ทัณฑกรรม3.กัก4.ขัง5.จำขัง
เมื่อทหารกระทำผิดวินัย ก็จะต้องถูกลงทัณฑ์ ซึ่งทัณฑ์ที่จะลงแก่ผู้กระทำผิด / กำหนดไว้ 5 สถานเท่านั้น คือ ภาคทัณฑ์ / ทัณฑกรรม / กัก / ขัง / และจำขัง
กฎหมายยังได้นิยามความหมายของทัณฑ์แต่ละประเภทเอาไว้ด้วยอย่างชัดเจน โดย..
ภาคทัณฑ์ คือ ผู้กระทำผิดมีความผิดอันควรต้องรับทัณฑ์สถานหนึ่งสถานใดใน 5 สถาน แต่มีเหตุอันควรปราณี จึงให้ทำทัณฑ์บนไว้ก่อนทัณฑกรรม คือ ให้กระทำการสุขา การโยธา เพิ่มจากหน้าที่ประจำซึ่งตนจะต้องปฏิบัติอยู่แล้ว หรือปรับให้อยู่เวรยามนอกจากหน้าที่ประจำ
กัก คือ กักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งตามแต่จะกำหนดให้
ขัง คือ ขังในที่ควบคุมแต่เฉพาะคนเดียวหรือรวมกันหลายคนแล้วแต่คำสั่ง
จำขัง คือ ขังโดยส่งไปฝากให้อยู่ในความควบคุมของเรือนจำทหาร
กฎหมายยังบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า นอกจากทัณฑ์ 5 สถานนี้แล้ว ห้ามมิให้คิดขึ้นใหม่ หรือใช้วิธีลงทัณฑ์อย่างอื่นเป็นอันขาด
ส่วนการลงโทษที่สังคมได้รู้ได้เห็นกันจนชินตา เช่น ยึดพื้น , วิ่ง , สก๊อตจัมพ์ หรือแม้แต่พุ่งหลัง ไม่ใช่การลงทัณฑ์ตามกฎหมาย แต่เป็นการ "ลงโทษ" หรือ "ปรับปรุงวินัย" ประกอบการลงทัณฑ์
การปรับปรุงวินัยทหาร
1.ยึดพื้น2.สก๊อตจัมพ์3.วิ่ง
ยกตัวอย่างเช่น หากทหารหนีเที่ยว ก็จะเข้าพฤติกรรมผิดวินัยในหัวข้อ "ละทิ้งหน้าที่ราชการ" ก็อาจถูกสั่งลงทัณฑ์สถานใดสถานหนึ่งใน 5 สถาน พร้อมปรับปรุงวินัยไปพร้อมกัน
แต่การปรับปรุงวินัย มีท่าพื้นฐานให้ทำได้เพียง 3 ท่าเท่านั้น คือ ยึดพื้น สก๊อตจัมพ์ และวิ่ง แต่ที่ผ่านมา บางหน่วยที่เป็นหน่วยรบ หรือหน่วยที่ต้องใช้การฝึกอย่างหนัก อาจเพิ่มท่าการปรับปรุงวินัยนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ เช่น ม้วนหน้า , ปั่นจิ้งหรีด , แทงปลาไหล แต่กฎเหล็กก็คือต้องไม่ถูกเนื้อต้องตัวผู้ที่ถูกลงทัณฑ์หรือปรับปรุงวินัย
ฉะนั้นหากกำลังพล หรือแม้แต่นักเรียนทหารคนใดกระทำผิดกฎหมาย ขัดกับระบบ และกฎเหล็กที่วางเอาไว้ ก็ต้องรับโทษทั้งทางวินัยและอาญาอย่างไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งต้องถือว่าเป็นการกระทำในฐานะส่วนตัว ไม่ใช่นโยบายของกองทัพหรือโรงเรียนเตรียมทหาร
คำถามทิ้งท้ายของเรื่องนี้ก็คือ แล้วคณะกรรมการที่กระทรวงกลาโหมตั้งขึ้นเพื่อไปพิจารณาระบบการ "ปรับปรุงวินัย" หรือ "การซ่อม" ตลอดจน "การฝึก" จะเข้าไปปรับแก้ในส่วนไหน เพราะทุกคนที่เคยผ่านโรงเรียนเตรียมทหารประสานเสียงยืนกรานว่า "ระบบ" นั้นดีงามอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคลต่างหาก
คำตอบจากนายทหารยศพลเอกรายหนึ่ง บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า สิ่งที่ต้องปรับปรุง คือ ปรับระบบให้เท่าทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะนักเรียนเตรียมทหารทุกวันนี้เป็นเด็กเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่เรียกว่า Gen Z เด็กเหล่านี้คิดเป็น ใช้โซเชียลมีเดีย และต้องการเหตุผลในการกระทำ ฉะนั้นเรื่องสำคัญที่ต้องเพิ่มเข้าไป ก็คือการให้เหตุผลประกอบการลงโทษหรือปรับปรุงวินัย ไม่ใช่มุ่งใช้คำสั่งและอำนาจแต่เพียงอย่างเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งนายทหารบังคับบัญชา และนักเรียนบังคับบัญชา ต้องมีความเข้มงวด ตรวจตรา ตรวจสอบ ไม่ให้มีใครหรือบุคคลใด อาศัยช่องว่างในความเป็น "รุ่นพี่" หรือ "นายทหารปกครอง" สั่งลงโทษเกินขอบเขตตามอำเภอใจ หากทำได้เช่นนี้ ระบบเกียรติศักดิ์ที่วางเอาไว้ของโรงเรียนเตรียมทหาร ก็จะมีความศักดิ์สิทธิ์ และกรณีอย่าง "น้องเมย" ก็จะไม่เกิดขึ้นอีกซ้ำรอยอีกเลย