เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลฎีกาชี้ขาดพรุ่งนี้ "ครูจอมทรัพย์" แพะหรือแกะ

16 พ.ย. 2560 | wanchat

ศาลฎีกาชี้ขาดพรุ่งนี้ "ครูจอมทรัพย์" แพะหรือแกะ

ไปกันที่คดีดังอีกคดีหนึ่งค่ะ คุณผู้ชมคงยังจำกันได้ คดี "ครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร" ที่ขับรถชนคนตาย และถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกจริง ทั้งๆ ที่ตนเองให้การปฏิเสธ ต่อมาเมื่อออกจากเรือนจำ ครูจอมทรัพย์ได้ยื่นเรื่องขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ โดยยืนยันว่าตนเองเป็น "แพะ" เพราะไม่ได้ขับรถไปชนคนตาย และรถคันที่ชนก็ไม่ใช่รถของตนด้วย กระบวนการเดินหน้ามาถึงการอ่านคำพิพากษาแล้วค่ะ โดยในวันพรุ่งนี้ศาลฎีกาได้นัดฟังคำพิพากษาว่าครูจอมทรัพย์เป็นผู้กระทำผิดตัวจริงหรือไม่

ครูจอมทรัพย์ เป็นอดีตครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ตั้งอยู่ที่ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ถูกกล่าวหาว่าขับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บค 56 สกลนคร ชนคนเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.นาโดน อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เมื่อปี 2548 คดีนี้สู้กันถึงศาลฎีกา ปรากฏว่าศาลพิพากษาเมื่อปี 2556 ว่าครูจอมทรัพย์กระทำผิดจริง ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน แต่ได้รับการลดโทษ จำคุกจริง 1 ปี 6 เดือน และออกจากคุกเมื่อปี 2558
ช่วงที่ครูจอมทรัพย์ถูกคุมขังในเรือนจำ ปรากฏว่า นายสับ วาปี ชาวจังหวัดมุกดาหาร ได้ออกมารับสารภาพว่าตนเองเป็นคนขับรถชนคนตายเองไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ แต่ขับรถอีกคันหนึ่ง เลขทะเบียนเดียวกันกับรถของครูจอมทรัพย์ คือ บค 56 แต่หมวดจังหวัดเป็นจังหวัดมุกดาหาร เมื่อมีพยานหลักฐานใหม่แบบนี้ ทำให้ครูจอมทรัพย์เข้ายื่นเรื่องเพื่อรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่
คดีครูจอมทรัพย์ถือว่ามีความสำคัญมากในกระบวนการยุติธรรม เพราะหากรื้อคดีสำเร็จ และกลับคำพิพากษาเดิมได้ จะถือเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่บังคับใช้พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ มาตั้งแต่ปี 2526 หรือกว่า 30 ปีมาแล้ว เนื่องจากไม่เคยมีคดีใดรื้อสำเร็จเลย เพราะกระบวนการขั้นตอนยากมาก
คดีของครูจอมทรัพย์ในครั้งแรก สู้กัน 3 ศาล ศาลชั้นต้นลงโทษ , ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง และศาลฎีกาพิพากษากลับให้ลงโทษจำคุก ต่อมาครูจอมทรัพย์ได้ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดี โดยยื่นที่ศาลชั้นต้น แม้ศาลได้ยกคำร้อง แต่สุดท้ายศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งให้รื้อฟื้นคดี คำสั่งถือเป็นที่สุด จึงมีการนำพยานเข้าสืบใหม่ทั้งสองฝ่าย และในวันพรุ่งนี้ จะมีคำพิพาษาของศาลฎีกาองค์คณะใหม่ โดยสาเหตุที่ต้องให้ศาลฎีกาพิพากษา เพราะคดีเดิมสิ้นสุดที่ศาลฎีกา
แนวของคำพิพากษาจะมี 2 แนวทาง คือ

1.ยกคำร้อง หมายความว่าเมื่อได้รับฟังพยานหลักกฐานใหม่แล้ว ศาลฎีกาองค์คณะใหม่ยังเชื่อว่าครูจอมทรัพย์เป็นผู้กระทำผิดจริงตามคำพิพากษาเดิมหรือ 2.ยกคำพิพากษาเดิม หมายความว่า ศาลเชื่อในพยานหลักฐานใหม่ว่าครูจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำผิด
หากคำพิพากษาออกมาในแนวทางที่ 2 ก็จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รื้อฟื้นคดีและกลับคำพิพากษาเดิมได้สำเร็จ ผลที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็คือ ครูจอมทรัพย์น่าจะทำเรื่องขอกลับเข้ารับราชการ ซึ่งบรรยากาศในช่วงใกล้ฟังคำพิพากษา ครูจอมทรัพย์และเพื่อนๆ ก็ได้ไปตระเวนกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะพระธาตุเชิงชุม ที่จังหวัดสกลนคร

พลตำรวจตรี สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม บอกว่า หากศาลพิพากษาว่าครูจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำผิด ทางตำรวจก็ต้องพิจารณาสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดตัวจริงมาดำเนินคดี และต้องตรวจสอบความผิดพลาดในกระบวนการสอบสวน รวมทั้งเยียวยาไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด