"รถบัสทัศนศึกษา" ชนกระบะเจ็บ 40 เสียชีวิต 3

เมื่อเวลา 16.10 น.วันที่ 15 พฤศจิกายน ร.ต.อ.ปริญธร ใหญ่จันทึก ร้อยเวร สภ.ด่านขุนทด ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถบัสทัศนศึกษานักเรียน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย
ข่าว
จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิฮุก31 จุดด่านขุนทด และรถพยาบาลจากโรงพยาบาลด่านขุนทด ในที่เกิดเหตุเป็นถนนสีคิ้ว-ชัยภูมิ บริเวณแยกบ้านกุดม่วง หมู่ที่ 7 ต.ตะเคียน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พบรถบัสสีฟ้า ของบริษัทพิทักษ์ แก้วมาตย์ เลขทะเบียน 30-0563 ขอนแก่น ตกอยู่ข้างทาง ในสภาพด้านหน้ารถพังยับ และมีผู้โดยสารติดข้างอยู่ข้างในรถเป็นจำนวนมาก ส่วนบนถนน พบระกระบะมิตซูบิชิไทรทัน สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน บน 789 ลพบุรี จอดอยู่ 1 คัน อยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถบัส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น
เบื้องต้นพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 49 ราย และเสียชีวิต 3 ราย ประกอบด้วย ด.ญ.พิมพ์ญาดา ภาคภิญโญ นักเรียนหญิง อายุ 11 ปี ,นางชลธิชา สร้างหญ้านาง ครูโรงเรียนบ้านหนองแซง และชายไทยคนขับรถบัสไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 40-45 ปี โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก 31 ได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 42 รายส่งไปที่โรงพยาบาลด่านขุนทด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 7 ราย ส่งต่อไปที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ประสบอุบัติเหตุ เบื้องต้นทราบว่า รถกระบะซึ่งมีนายเสกสรร แวงคำ อายุ 44 ปี ชาว อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ กำลังขับรถเดินทางกลับจากไปเยี่ยมพ่อที่ป่วย รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลชัยภูมิ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นสี่แยกไม่มีสัญญาไฟจราจร ได้มีรถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนบ้านหนองแซง ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ที่เช่าเหมานำเด็กนักเรียน จำนวน 35 คน ครู 12 คน กลับจากไปทัศนศึกษาชมพระเมรุมาศ ที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ได้เฉี่ยวชนกับรถกระบะอย่างรุนแรง จนรถบัสเสียหลักพลิกคว่ำพุ่งไปตกข้างทางอีกฝั่งของถนน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
ล่าสุด ขณะนี้นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รุดเดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลด่านขุนทดแล้ว และได้สั่งการให้แพทย์และพยาบาลช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมกับช่วยเหลือหารถส่งผู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บส่งกลับภูมิลำเนาด้วย.