ประเทศไทย ประกาศนำร่อง 24 หาด ในพื้นที่ 15 จังหวัด เป็นชายหาดปลอดบุหรี่ หลังพบก้นกรองบุหรี่สร้างผลเสียต่อสัตว์ทะเลและสุขภาพมนุษย์ พร้อม บังคับใช้ทางกฎหมายวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน ภาคเอกชน และจังหวัดต่างๆที่มีชายหาดติดทะเล ร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในด้านการป้องกันภัยคุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและภัยสุขภาพจากบุหรี่บริเวณพื้นที่ชายหาด เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยขยะทะเลเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์และเกิดผลกระทบให้สภาพของทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมลง โดยเฉพาะระบบนิเวศบริเวณชายฝั่งที่มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อาหาร ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำและทรัพยากรชายฝั่ง เพราะขยะจำนวนมากจะไหลลงสู่ทะเลกระทบกับสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อมในทะเล ซึ่งขยะที่พบบ่อยที่สุดบริเวณชายหาด คือ ก้นกรองบุหรี่ ที่ประมาณการณ์ทั่วโลกว่าก้นกรองบุหรี่ประมาณ 4.5 ล้านล้านชิ้นที่ถูกผลิตและใช้ในแต่ละปีประมาณร้อยละ 30 ถูกทิ้งกลายเป็นขยะในสิ่งแวดล้อมจนเกิดมลพิษมากกว่า 500,000 ตันต่อปี

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก 91 ประเทศที่มีชายหาด พบว่า ขยะที่เกิดจากบุหรี่ คือ ซองและก้นบุหรี่ มีปริมาณ 1 ใน 3 ของขยะทั้งหมดของชายทะเลและชายหาด โดยเฉพาะประเทศไทยแต่ละวันมีก้นบุหรี่เกิดขึ้นกว่า 100 ล้านชิ้นตกค้างในที่ต่างๆ ซึ่งขยะจากบุหรี่เป็นสารก่อมะเร็งปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและแหล่งน้ำทำให้เกลือและน้ำสะอาดมีพิษมีผลโดยตรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยนำร่อง 24 หาด ในพื้นที่ 15 จังหวัด คือ ชายหาดบานชื่น อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด // ชายหาดแหลมเสด็จ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี // ชายหาดแสงจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง // ชายหาดบางแสน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี // ชายหาดถ้ำพัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี // ชายหาดทรายแก้ว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี // ชายหาดดงตาล พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี // ชายหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี // ชายหาดหัวหิน ชายหาดเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ // ชายหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร // ชายหาดบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี // ชายหาดโฉลกบ้านเก่า เกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี // ชายหาดปลายทราย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช // ชายหาดชลาทัศน์ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา // ชายหาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี // ชายหาดป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต // ชายหาดเกาะไข่นอก ชายหาดเกาะไข่ใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา // ชายหาดเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา // ชายหาดพระแอะ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ // ชายหาดคลองดาว ชายหาดคอกวาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และชายหาดสำราญ อำเภอสำราญ จังหวัดตรัง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและมาตรการคุ้มครองชายหาดลดปัจจัยเสี่ยงจากพิษภัยของการสูบหรือการทิ้งก้นบุหรี่ ครอบคลุมขยะมูลฝอย หรือมลภาวะอื่นๆไม่ให้กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการรณรงค์สร้างความเข้าใจ การเฝ้าระวัง ป้องกันภัยคุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณชายหาด และควบคุมโรคภัยสุขภาพจากบุหรี่หรือขยะมูลฝอย หรือมลพิษอื่นๆบริเวณพื้นที่ชายหาดอย่างจริงจัง
ขณะที่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ในอนาคตจะประกาศให้ทุกชายหาดในประเทศเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทช. จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ทำการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่เป็นเวลา 90 วัน ก่อนจะมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 สำหรับการออกประกาศคำสั่ง เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณชายหาด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 ประกอบมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 สำหรับบทกำหนดโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ออกตามมาตรา 17 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ