เนชั่นทีวี

ข่าว

ชาวบ้านโวย โรงงานปล่อยน้ำเน่า ลงที่ทำกิน นาข้าวเสียหาย

19 ต.ค. 2560 | teerawat_cha

ชาวบ้านโวย
โรงงานปล่อยน้ำเน่า
ลงที่ทำกิน นาข้าวเสียหาย

มุกดาหาร - ศูนย์ดำรงธรรมนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อุตสาหกรรม สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประมงจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียและปลาตายจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ตำบลคำป่าหลายชาวบ้านได้รับผลกระทบมานานร่วม 8 ปี

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2560 14.00 น. ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้รับรายงานจากศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดมุกดาหาร ทราบว่าชาวบ้าน หมู่ที่ 14 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร นำหนังสือร้องเรียนร้องทุกข์ว่าได้รับความเดือดร้อนจากโรงงานพรีเมียร์ควอลิตี้ฯ โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงในลำครองสาธารณะที่เชื่อมกับลำห้วยบ้านสามขาบริเวณ หมู่ที่ 14 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร
ซึ่งชาวบ้านได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ได้รับความเดือดร้อนที่ต้องทนอยู่กับสิ่งแวดลอมที่แย่ๆ ชาวบ้านเคยพากันไปร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม เคยนำหน่วยงานออกมาตรวจสอบมาครั้งหนึ่งแล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ชาวบ้านเดือดร้อนมานานปลูกพืชผลการเกษตรก็ไม่ได้ โดยเฉพาะนาข้าวของชาวบ้านผลผลิตข้าว เม็ดข้าวลีบ นำไปขายโรงสีไม่รับชื้อ นำกลับมาหุงกินข้าวที่สุกแล้วปั้นเม็ดข้าวไม่ติดกันเพราะเม็ดข้าวไม่มีความเหนียวจึงปั้นไม่ติดกัน ไม่เหมือนข้าวเหนียวทั่วไป ปลาในลำห้วยก็ตาย ซึ่งความเดือดร้อนดังกล่าวชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงต้องทนทุกข์มานากว่า 8 ปีแล้ว 
หลังรับทราบเรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร จึงสั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรม จ.มุกดาหารรีบประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยมี พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รองฯฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.จว.มุกดาหาร พ.ท.โกมล วงศ์อนันต์ กองกำลังรักษาความสงบ เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดมุกดาหารเดินทางลงพื้นที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่บริหารส่วนท่องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา โดยมีตัวแทนของทางโรงงานดังกล่าวออกมาร่วมตรวจสอบเพื่อหาแนวทางแก้ไข
โดยชาวบ้านได้พาคณะลงตรวจสอบข้อข้อเท็จจริง และพบว่าจุดที่ทางโรงงานปล่อยน้ำเสียลงมาในลำห้วยล้นเข้ามาพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน สภาพน้ำสีดำเหม็นเน่าจริง ซึ่งหลังจากตรวจพบ ทางคณะได้สอบถามตัวแทนของโรงงานจะดำเนินการแก้ไขอย่างไรไม่ให้ชาวบ้านรับผลกระทบเดือดร้อน โดยตัวแทนโรงงานฯ ได้รับปากว่าจะแก้ไขปัญหาถนนลูกรังข้างนอกกำแพงรั้วโรงงานฯ ชำรุดเพราะน้ำเสียจากบ้านพักพนักงานของโรงงานฯ และจะแก้ไขโดยทำบ่อพักน้ำเสียภายในกำแพงรั้วโรงงานฯ รวมทั้งจะทำการซ่อมแซมถนนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ต.ค. 2560 ส่วนปัญหาคันดินแปลงสาธิตโครงการปลูกต้นกกเพื่องานหัตถกรรมขาดชำรุด ทำให้น้ำเสียไหลเข้าที่นาและที่ดินของประชาชนทำให้ต้นข้าวสูงผิดปกติ/ล้ม/เมล็ดข้าวลีบบางส่วนนั้น ผู้แทนโรงงานฯ เปิดเผยว่าจะแก้ไขปัญหา ดังนี้ 
จุดที่ 2 ทางโรงงานจะนำดินเหนียวมาบดอัดให้แน่นเป็นคันดินแทนดินทรายและกระสอบทรายเพื่อให้มั่นคงแข็งแรง โดยจะให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พ.ย. 2560 
จุดที่ 3 จะเยียวยาข้าวที่เสียหายให้แก่นายเกรียงไกร สารบุตร ผู้เดือดร้อนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ม.ค. 2561 เนื่องจากต้องสำรวจตรวจสอบข้าวที่เสียหายก่อน 
จุดที่ 4 จะแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่นายเกรียงไกร สารบุตร โดยจะขุดบ่อน้ำวางปลอกเหมือนที่เคยทำให้นายเพชรฯ เพื่อนบ้านให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ม.ค. 2561 
จุดที่ 5 จะจัดตั้งชุดมวลชนสัมพันธ์ของโรงงานฯให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ต.ค. 2560 เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี/ประสานงาน/แก้ไขปัญหากับประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง 
จุดที่ 6 จะเข้มงวดกวดขันพนักงานผู้รับผิดชอบควบคุม ดูแลไม่ให้น้ำเสียของโรงงานฯ ไหลลงคลองน้ำสาธารณะและที่ดินของประชาชนที่เดือดร้อน 
จุดที่ 7 การแก้ไขปัญหาน้ำเสียของโรงงานฯ ระยะปานกลางนั้น ตัวแทนโรงงานฯ เปิดเผยว่าขณะนี้ได้ขุดบ่อบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่เสร็จแล้ว 3 บ่อ และจะขุดอีก 2 บ่อ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค. 2561 ตลอดจนจะขุดบ่อบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กลึก 2 เมตร อีก 5 บ่อ โดยจะให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พ.ย. 2560 นอกจากนี้จะทำโครงการปลูกหญ้าฯ ประมาณ 4,000 ไร่ เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าชีวมวลใช้ในโรงงานฯ โดยจะใช้น้ำเสียจากโรงงานฯ ในการปลูก 
จุดที่ 8 สำหรับการแก้ไขน้ำเสียของโรงงานฯ ระยะยาวนั้น ผู้แทนโรงงานฯ เปิดเผยว่าจะนำเสนอผู้บริหารของโรงงานฯ พิจารณานำระบบบำบัดน้ำเสียระบบรีไซเคิลมาใช้ภายใน 3 ปี เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวน 10 ล้านบาท 
อย่างไรก็ตามทางตัวแทนของโรงงานได้รับปากว่าจะจะดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จตามกำหนดดังกล่าวต่อหน้าสักขีพยาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมได้ทำการบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐานแล้ว. 

ข่าวล่าสุด