เนชั่นทีวี

ข่าว

ระดม จนท..กว่า 200 นาย ค้น 10 จุดทั่วกรุง รวบผู้ต้องหาผิวสีร่วม 50 ราย

16 ต.ค. 2560 | nation_ent

ระดม จนท..กว่า 200 นาย
ค้น 10 จุดทั่วกรุง
รวบผู้ต้องหาผิวสีร่วม 50 ราย

ตร.ท่องเที่ยว-191 ค้นเป้าหมาย 10 จุดทั่วกรุงได้ผู้ต้องหาผิวสีจำนวนมาก-1 ในผู้ต้องหาพบถูกตัดสินจำคุก แต่ยังอยู่ในไทย ประสานสตม.หาสาเหตุไม่ถูกส่งกลับ

ลานจอดรถโรงแรมนานา ซอยสุขุมวิท 4 แขวงและเขตคลองเตย กทม.  เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 16 ตุลาคม พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ทท. บก.สปพ.(191) บช.ปส. และ สตม. พร้อมทั้งสายตรวจและฝ่ายสืบสวนสน.ลุมพินีกว่า 200 นาย ระดมกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพล ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิเครือข่ายปลอมธนบัตร เครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน เครือข่ายผลิต และปลอมบัตรเครดิต เครือข่ายที่นำเพชรปลอมมาขาย และอาชญากรรมในรูปแบบอื่นๆ
พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ เผยว่า จากกการเข้าค้นเป้าหมาย มากกว่า 10 จุดทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑลได้ผู้ต้องหาผิวสี ชาวไนจีเรีย แทนซาเนีย และอุซเบกิสถาน กว่า 52 ราย แยกเป็นชาวต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 ราย โอเวอร์สเตย์หรืออยู่เกินกว่า วีซ่ากำหนด 11 รายอีกทั้งยังจับกุมผู้ที่รับคนต่างด้าวเข้าพักโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงาน 1 ราย ฉ้อโกงหลอกลวงหญิงสาวชาวไทย 1 ราย จำนำสิ่งของที่รู้ว่าต้องห้ามนำเข้าสหราชอาณาจักร 1 ราย และเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก 27 ราย
พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ เผยต่อว่า ตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มคนผิวสีที่อาจจะเข้ามาก่ออาชญากรรม และสำรวจระบบข้อมูล เนื่องจากกลุ่มคนผิวสี บางกลุ่มเป็นแหล่งฟอกเงินค้ามนุษย์ สกิมเมอร์ มั่วสุมยาเสพติด แหล่งโสเภณี และกลุ่มคนที่โอเวอร์สเตย์อยู่เกินกว่าวีซ่ากำหนด ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ถือว่าเป็นปัญหาทางด้านความมั่นคง ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ประเทศในด้านการท่องเที่ยว 
หลังจากนี้ก็จะผลักดันผู้ต้องหาทั้งหมดกลับประเทศ ซึ่งในการลงพื้นที่กวาดล้างในครั้งนี้ก็จะทำการตรวจเก็บดีเอ็นเอตัวบุคคลเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันคนพวกนี้เดินทางเข้าประเทศอีก ยิ่งใกล้วันพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้ต้องดูแลพื้นที่ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 
นอกจากนี้ 1ในผู้ต้องหาที่จับกุมได้ในครั้งนี้ เคยโดนจับในข้อหามีโคเคนไว้ในครอบครอง ถูกตัดสินจำคุกแล้ว 5 ปี เมื่อออกจากคุกกลับพบว่ายังสามารถอยู่ในประเทศ ไทยได้ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจนสามารถอยู่เมืองไทยได้ต่อ ซึ่งเรื่องนี้ต้องทำการประสานงานไปที่ สตม.ว่าเหตุใดจึงยังไม่ส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิด
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำให้ดีที่สุด จะมีการตรวจเข้มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวพัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

ข่าวล่าสุด