วันที่ 4 ต.ค. ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 2วันสุดท้ายที่ทางสำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทำให้มีประชาชนเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพจำนสนมาก แม้ว่าตลอดทั้งวันจะมีฝนจะโปรยปรายลงมาเป็นระยะ สลับกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ไม่ทำให้ประชาชนย่อท้อที่จะแสดงออกซึ่งความคงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้มีประชาชนเข้าแถวรอสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก โดยฝั่งจุดคัดกรองวงเวียนรักษาดินแดน ประชาชนต้องต่อท้ายแถวบริเวณท่าเตียนมุ่งหน้ามาทางถนนท้ายวัง มุ่งหน้าไปยังถนนเจริญกรุงผ่านด้านหน้าสวนสราญรมย์ ข้ามสะพานมอญแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนอัษฏางษ์ วกข้ามคลองหลอดกลับมาที่ถนนราชินีแล้วเลี้ยวขวากลับมาผ่านด้านหน้าสวนสราญรมย์อีกครั้ง จึงสามารถผ่านจุดคัดกรองเข้าไปด้านในเต๊นท์ ส่วนจุดคัดกรองฝั่งโรงแรมรัตนโกสินทร์ท้ายแถวยาวไปจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปัดไปทางถนนดินสอ
ภิญญา คณานุรักษ์
หลังเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น.ส.ภิญญา คณานุรักษ์ อายุ 38 ปี ประชาชนจาก ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่รัฐนิวเซาส์เวล ประเทศออสเตรเลีย เดินทางมาพร้อมลูกชาย ด.ช.แมกซ์ ลีเดอร์ อายุ 4 ขวบ และ ด.ช.ไทเลอร์ ลีเดอร์ อายุ 2 ขวบ เปิดเผยหลังกราบสักการะพระบรมศพว่า ขณะที่ในหลวง ร.9 สวรรคต ตัวเองพักอาศัยอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ตอนนั้นใจรู้สึกว่างเปล่าไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง และหลังจากนั้นได้ติดตามข่าวมาโดยตลอด ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศอีกครั้ง วันนี้เมื่อได้มาถึงท้องสนามหลวงก็น้ำตาไหลที่มีประชาชนมาแสดงความรักจำนวนมาก ตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
"ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางมากราบพระองค์ท่าน อยากให้ลูกมารับรู้ความรักที่คนไทยมีต่อในหลวง ร.9 บอกกับลูกๆ ว่า ในหลวง ร.9 เป็นพระราชาที่ดีที่สุดในโลก ทรงช่วยเหลือพสกนิกรที่ยากลำบากในทุกพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงผู้ที่อยู่ตามชายแดน แม้ไม่ใช่สัญชาติไทย ก็ทรงให้ความช่วยเหลือ เพราะถือว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน ทำให้ประทับใจมาก รวมถึงสามีซึ่งเป็นชาวออสเตรเลียก็ยกย่องในหลวง ร.9 มาก เขาบอกว่าไม่เคยเห็นพระราชาคนไหนที่ทำงานอย่างไม่มีวันหยุด นับตั้งแต่ครองราชย์จนถึงวันสวรรคต" น.ส.ภิญญา กล่าว
กิติวัฒน์-ชูชาติ แสนกลม
นายกิติวัฒน์ แสนกลม อายุ 83 ปี ข้าราชการครูบำนาญ อดีตครูใหญ่โรงเรียนวัดขี้ตุ้น ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เดินทางพร้อมภรรยา นางชูชาติ แสนกลม อายุ 64 ปี ออกเดินทางจากบ้านที่จ.บุรีรัมย์ ด้วยรถไฟตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 3 ต.ค. ถึงกรุงเทพฯ ราว 05.00 น. ก่อนเดินทางมาต่อแถวเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพฯ และได้เข้ากราบเวลา 09.00 น. กล่าวว่า รู้สึกตื้นตันใจที่ได้เดินทางมากราบพระบรมศพฯ เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเดิมคิดว่าจะหมดหวังแล้วเพราะสิ้นสุดกำหนดการเข้ากราบและตัวเองก็ปวดหัวเข่าอยู่เป็นประจำ แต่เมื่อทราบข่าวว่าสำนักพระราชวังขยายเวลาให้มากราบพระบรมศพฯ เพิ่ม จึงตัดสินใจเดินทางมาด้วยใจที่อยากจะกราบในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกสักครั้ง เมื่อมาถึงก็มีกำลังใจและจากที่ปวดเข่าก็รู้สึกบรรเทาลง สามารถเดินเหินได้ไม่ต้องใช้รถเข็น และตั้งใจไว้ว่าหากมีชีวิตอยู่จนถึงช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จะเดินทางมาอีกครั้งให้ได้
"สมัยที่เป็นครูใหญ่โรงเรียนวัดขี้ตุ้น เป็นโรงเรียนเล็กๆ มีนักเรียนเพียง 60-70 คน แม้จะสามารถสอบเพื่อย้ายไปอยู่โรงเรียนใหญ่ หรืออยู่ในพื้นที่อื่นๆ ได้ แต่ได้น้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิต พอใจที่จะอยู่ในโรงเรียนเล็กๆ ช่วยพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง และได้ยึดพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า "ไม่มีใครทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด" ดังนั้น ในฐานะที่เป็นครูจึงได้พยายามถ่ายทอดความรู้และการปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างในทางที่ดีตามรอยพระองค์ท่าน เพราะคนในปัจจุบันแม้จะมีการศึกษาสูงขึ้นแต่ขาดมโนธรรม ทำให้สังคมมีปัญหา แม้แต่พระสงฆ์ชั้นสูงยังมีกิเลส แต่พระองค์ท่านเหมือนพระอรหันต์ที่ละกิเลส พระองค์ท่านเสด็จฯ ไปเพื่อให้ ให้ทั้งอาชีพ ให้การศึกษา ให้ความเป็นอยู่ที่ดี ในทุกพื้นที่ของประเทศ" นายกิติวัฒน์ กล่าว
ฌัชชัย รัศมี
นายฌัชชัย รัศมี เดินทางมาจากจังหวัดชลบุรีและมาถึงท้องสนามหลวงตอนตี 5 ของวันนี้และได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพตอน 8 โมงเช้า กล่าวว่า เป็นการมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาต้องไปช่วยเหลือครอบครัวทำร้านอาหารไทยที่ประเทศฝรั่งเศส แต่เมื่อทราบข่าวว่าในหลวง ร.10ได้พระราชทานพระชานุญาตให้ประชาชนเข้าสักการะบรมศพจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม จึงรีบมาต่อแถวเข้าสักการะพระบรมศพเพื่อส่งเสด็จพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ถึงแม้ต้องเจอสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นขณะฝนตก และยังมีแมลงต่างๆ หลังจากที่ฝนหยุดก็ตาม
"มาถึงที่สนามหลวงตอนตี 3 ยุงกัดเจ็บมากไปทั้งตัวแสบและคันมาก เพราะเป็นช่วงหลังจากฝนตก อากาศชื้น แต่ผมคิดว่าความลำบากเพียงเท่านี้ ยังไม่ถึงเศษเสี้ยวหนึ่งที่ในหลวง ร.9 ทรงทำเพื่อคนไทย กว่า 4 พันโครงการในพระราชดำริฯ ล้วนมีประโยชน์ต่อปวงชนชาวไทยมหาศาลทรงสร้างความสุขอันยั่งยืนอันแท้จริงบนผืนแผ่นดินไทย โดยเฉพาะแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงอันเป็นแนวทางที่ทำให้เรายึดมั่นและสานต่อจนถึงทุกวันนี้คือใช้เท่าที่มี และแบ่งปันสิ่งที่มีให้แก่คนอื่นด้วย "นายฌัชชัย กล่าว
รัตนาภรณ์ นิยมธรรมชาติ รอยร็อค
นางรัตนาภรณ์ นิยมธรรมชาติ รอยร็อค อายุ 55 ปี ชาวไทยในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ เผยว่า ปกติกลับมาเมืองไทยปีละ 1 ครั้ง และเมื่อปีที่แล้วกลับมาช่วงเดือนพฤษภาคม พอกลับไปก็ทราบข่าวพระองค์ท่านตอนเดือนตุลาคม ปีนี้จึงตั้งใจมากราบพระบรมศพพระองค์ท่าน จึงเดินทางกลับมาและตั้งใจอยู่ยาวถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทั้งนี้พอได้เข้าไปกราบรู้สึกขนลุกและน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
"เราไปอยู่ต่างประเทศไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็มีพระองค์ท่านอยู่ในหัวใจ เราเติบโตมาจากการเห็นพระองค์ท่านทรงงานมาโดยตลอด ท่านทรงมีคำสอนให้เราอยู่อย่างพอเพียง ช่วยเหลือและสามัคคีกัน ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ พวกเรารักพระองค์ท่านโดยไม่สามารถเอาอะไรมาเปรียบเทียบได้ ที่ผ่านมาเคยได้รับเสด็จฯ ในหลวงร.9 และสมเด็จพระราชินี ประมาณ 2-3 ครั้ง เพราะเมื่อก่อนบ้านอยู่ถนนเจริญกรุง พระองค์จะเสด็จฯ ไปยังโรงแรมโอเรียนเต็ลบ่อย เราก็จะได้เห็นพระพักตร์ และเห็นพระองค์อย่างใกล้ชิด ภาพในวันนั้นก็ติดประทับอยู่ในจิตใจ เมื่อต้องไปอยู่ต่างประเทศก็ยังนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ไปติดไว้ที่บ้าน และบอกให้ลูกๆ ซึ่งเติบโตที่เมืองนอกได้รู้จักพระองค์ และสอนให้รู้ว่าท่านทรงทำอะไรบ้าง และให้กราบพระองค์ด้วยนอกจากนี้สามีก็ยังรู้เรื่องของในหลวงร.9 ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย