ห่างจากกุฏิหลวงปู่บู่ ประมาณ50เมตร พบหมวกไหมพรมสีเหลือง ลักษณะเดียวกันกับที่หลวงปู่ชอบใส่ ตกอยู่ใต้โคนต้นไม้ จึงเรียกให้ลูกศิษย์คนใกล้ชิดหลวงปู่บู่มาดู ก็ยืนยันว่าเป็นหมวกของหลวงปู่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นของหลวงปู่ที่ใช้ในวันเกิดเหตุหรือไม่ เพราะหลวงปู่มีหมวกหลายใบ และมอบให้กับลูกศิษย์ไปก็มี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำนายต้อม อดีตพระลูกวัด ผู้ต้องสงสัย ซึ่งอยู่ในการดูแลของตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดี เพื่อให้นายต้อม มาดูจุดที่พบหมวกไหมพรม เนื่องจากทราบว่า หลวงปู่บู่ ครั้งหนึ่งเคยได้มอบหมวกไหมพรมให้กันนายต้อม เมื่อเดินทางมาถึงด้วยรถตู้ตราโล่ นายต้อม ซึ่งพบว่าที่ข้อมือไม่ได้มีการสวมกุญแจมือแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัย ได้ลงมาจากรถ สภาพสวมเสื้อยืดสีเทาเอาเสื้อเข้าข้างในกางเกงอย่างเรียบร้อย รัดด้วยเข็มขัดสีดำ สวมรองเท้าแตะ ได้เดินเข้ามาในป่าจุดที่พบหมวกไหมพรม มีลักษณะสีหน้าเรียบเฉย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยเดินประกบด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อเจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูหมวกไหมพรม นายต้อม ได้เดินเข้าไปดู และบอกว่า ไม่ใช่หมวกของตนเอง ก่อนที่ตำรวจจะรีบนำตัวนายต้อม ขึ้นรถตู้เดินทางออกจากวัดทันที เนื่องจากมีลูกศิษย์ที่กำลังช่วยงานศพทราบข่าว เริ่มมามุงดู เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่เก็บพิสูจน์หลักฐาน มาเก็บหมวกไหมพรม ไปตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ สอบถามแม่แสง หรือ นางจารุวรรณ อนันติ อายุ 62ปี โยมใกล้ชิดที่คอยมาดูแลหลวงปู่บู่ กล่าวว่า ตนเองได้ไปดูหมวกไหมพรมแล้ว เป็นลักษณะเดียวกันกับของหลวงปู่ที่ชอบใส่เป็นประจำ แต่หลวงปู่มีหมวกไหมพรมหลายใบ จึงไม่ทราบว่าหมวกที่พบใบที่ใส่ประจำหรือไม่ และหลวงปู่ยังเคยมอบหมวกไหมพรม ให้กับพระลูกศิษย์ด้วยเช่นกัน นอกจากหมวกไหมพรมแล้ว หลวงปู่ยังชอบให้มีกระเป๋าขนาดใหญ่ติดไว้กับผ้าอัง สะ เพื่อเก็บของต่างๆ ทำให้ตนเองต้องคอยเย็บกระเป๋าขนาดใหญ่ติดกับผ้าอังสะ มาถวายหลวงปู่เป็นประจำ ซึ่งในส่วนของความคืบหน้าของคดี เจ้าหน้าที่ได้มีการเรียกลูกศิษย์ และชาวบ้านไปสอบปากคำ เพื่อหาข้อ มูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และรอผลตรวจดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือ หากผลออกมาจะสามารถคลี่คลายคดีได้ในที่สุด