ถ้านับรวมวันนี้ ก็จะเหลืออีก 6 วันเท่านั้น ที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด บางคนเดินทางมาหลายครั้งแล้ว และบางคนเพิ่งเคยมาครั้งแรก เพื่อหวังได้อยู่ใกล้ๆพระองค์ท่านแม้ไม่กี่นาที ด้วยความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดทรงพระชนม์ชีพ
อย่าง คุณจิรพันธุ์ ทัพคัลไลย์ ที่เดินทางมาเป็นครั้งแรกจากจ.สมุทรปราการ และคุณกฤติยา สาครเสถียร ที่มาจากพัทยาครั้งแรกเช่นกัน เพื่อหวังจะได้กราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นครั้งสุดท้าย
ทีมข่าวพูดคุยกับประชาชนที่เดินทางมา พบว่าบางส่วนมานอนรอที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน และสิ่งที่ทำให้ทุกคนตั้งใจเดินทางมา และยอมทนร้อน ทนเหนื่อย เพราะทุกคนล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สำหรับประชาชนที่เดินทางมาต่อแถวเพื่อรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ท้ายแถวจะมี2ฝั่งคือ ฝั่งจุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผม และฝั่งวงเวียน รด. โดยทั้ง2ฝั่ง จะสลับกันเข้ามาตรงจุดตัดหน้าศาลหลักเมือง
โดยฝั่งที่เข้าทางพระแม่ธรณีบีมมวยผม มีประชาชนมารอเข้าแถวตั้งแต่หน้าโรงแรมรัตโกสินทร์ มุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนจะวกกลับตรงแยกคอกวัว โดยใช้พื้นที่เต็มทางเท้า และบางช่วงเจ้าหน้าที่ต้องจัดพื้นที่บนผิวถนนราชดำเนินกลาง 1 ช่องจราจรเพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อผ่านจุดคัดกรอง เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเต้นท์พักคอย อำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้หลบแดดหลบฝนทั้ง 2 ฝั่งของถนนราชดำเนินใน และมีการติดตั้งเต้นท์เพิ่มเติมบริเวณถนนสนามไชย ตั้งแต่หน้ากระทรวงกลาโหม ไปจนถึงวงเวียน รด. ก่อนจะรื้อเต้นท์ในสนามหลวงฝั่งทิศใต้ออก เพื่อเตรียมก่อสร้างรั้วราชวัตร ที่จะใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และเพื่อซ่อมพื้นผิว ทำความสะอาดพื้นผิวทางเท้า ล้างท่อระบายน้ำ ตัดแต่งต้นไม้ ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม สมพระเกียรติในพิธีสำคัญ ทั้งนี้จะมีการซ้อมใหญ่ ริ้วขบวนพระราชอิสสริยายศ ครั้งแรกในวันที่ 7ตุลาคมนี้
สำหรับประชาชนที่จะเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ยังมีเวลาอีก 6 วันรวมวันนี้ และต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อรับกับสภาพอากาศที่ช่วงนี้จะมีทั้งแดดและฝน แนะนำให้ติดร่ม และพัดมาด้วย และถ้าใครมีโรคประจำตัว อย่าลืมเตรียมยามาด้วย