ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ปฎิบัติการ "ชัยยะ สยบไพรี 60/6 ผลพวงของความโลภ บุกจับกุม เอกอ้วน ผู้สั่งการในเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่พื้นที่ภาคกลาง ยึดของกลางได้กว่า 100ล้านบาท ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มั่นใจในพยานหลักฐาน ไม่กลัวที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ"
เช้าวันนี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำโดย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้นำกำลังตำรวจพร้อมชุดสยบไพรีบุกจู่โจมจับ "เอกอ้วน" หรือ นาย จิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหา สมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ภายใน หมู่บ้านคาซ่าวิลล์ ราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี
ซึ่งปฏิบัติการ เริ่มต้นตั้งแต่เวลาประมาณ 06.20น. ชุดสยบไพรี ได้บุกเข้าตรวจค้นและจับกุม เอกอ้วน ซึ่งขณะนั้นกำลังหลับอยู่ภายในบ้าน จากนั้นตำรวจได้แสดงหมายจับ และชี้แจงหมายค้นและหมายจับให้ฟัง ซึ่งนายเอกอ้วน โดนข้อหา สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่2คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ฯ ซึ่งนายเอกอ้วน ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ แต่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
สำหรับการจับกุมเอกอ้วน ครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจภ.1 สามารถจับกุม กลุ่มขนยาได้ 1ล้านเม็ด เมื่อปี 2559 จึงขยายผลกระทั่งทราบว่านายเอกอ้วนเป็นผู้สั่งการ โดยใช้ซิมโทรศัพท์ที่ให้คนต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านมาลงทะเบียนซิม ก่อนนำมาใช้โทรสั่งการซื้อและลำเลียงยาเสพติด ทำให้ยากต่อการติดตามตัว เนื่องจากหลังสั่งการเสร็จก็จะทำลายซิมทิ้ง และใช้เวลาสืบสวนนานกว่า 10 เดือน หลังได้รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดพบความเคลื่อนไหวบัญชีทางการเงินกว่า 100 ล้านบาท เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญเชื่อมโยงหลายพื้นที่และมีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก โดยมี เอกอ้วน ทำหน้าที่ประสานงาน
ทั้งนี้นายเอกอ้วนเคยถูกจับดำเนินคดีเกี่ยวกับคดียาเสพติด เมื่อปี 2547 ก่อนจะหลุดคดีในชั้นฎีกาเมื่อปี 2555 โดยหลังออกมายังคงค้าและขนส่งยาอย่างต่อเนื่อง
พลตำรวจโทสมหมาย ระบุว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นการขยายผลจับยาบ้า 1ล้าน และไอซ์ 400 กก. กระทั่งทราบว่านายเอกอ้วนเป็นคนสั่งการ โดยรับยามาจากภาคเหนือ ส่งไปยังภาคใต้ ขณะที่ยาอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำมากระจายในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เบื้องต้นผู้ต้องหาปฏิเสธ แต่ตำรวจไม่กลัว เนื่องจากมั่นใจในพยานหลักฐาน
และจากการตรวจค้นบ้าน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลาง ได้รวมกว่า 100ล้านบาท มีทั้ง เงินสด 6.15ล้านบาท สมุดบัญชีธนาคาร 60ล้านบาท ซึ่งเป็นชื่อของนายสุรเชษ โฮเต็น คนขับวินรถจักรยานยนต์ เป็นนอมินีถือครองแทน โฉนดที่ดิน4ฉบับ มากกว่า50ไร่ รถยนต์2คัน ที่มีนอมินีถือครองแทนเช่นกัน /กระเป๋า นาฬิกาหรู /ทองคำแท่งน้ำหนัก20บาท และทองรูปพรรณ
และการขยายการจับกุมครั้งนี้ ยังขยายผลไปยังเครือข่ายนายเอกอ้วน รวม43จุด แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพ 14 จุด/ ภาค1 20จุด /ภาค3 /4 และภาค4 อีก 5 จุด