ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า นักศึกษาแพทย์รายนี้ ได้มาแจ้งกับทางบริษัทขนส่งว่า จะส่งสุนัขไปที่จ.นครราชสีมา จากนั้นจึงมีการนัดรับสุนัขที่บริเวณซ.ลาดพร้าว 18 เมื่อมีการส่งมอบก็ได้แจ้งกับบริษัทขนส่งว่า สุนัขตัวดังกล่าวราคา 40,000 บาท จึงต้องวางเงินประกันจำนวน 4,000 บาท หลังจากนั้นทางเจ้าของบริษัทขนส่ง คนขับรถ และเจ้าของสุนัข จึงเดินทางไปที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างทางสุนัขได้อาเจียนไปตลอดทาง เมื่อไปถึง จ.นครราชสีมา จึงได้พาสุนัขไปตรวจอาการที่คลีนิกบ้านหมอต้น ว่าอาการเกิดจากอะไร ซึ่งขณะนั้นสุนัขยังไม่ได้เสียชีวิต
ต่อมาสุนัขได้เสียชีวิต ทางเจ้าของสุนัข จึงได้มาเรียกร้องเอาเงินประกันกับบริษัทขนส่ง โดยอ้างว่าสุนัขเสียชีวิตจากการขนส่งระหว่างการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯ ให้เหตุผลว่า สุนัขไม่ได้เสียชีวิตระหว่างการขนส่งเดินทาง แต่เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
พ.ต.อ.เติมเผ่า เผยด้วยว่า เมื่อตรวจสอบพบว่า เจ้าของสุนัขได้ซื้อสุนัขมาจากฟาร์มในราคา 6,000 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องไปสอบปากคำฟาร์มสุนัขว่า เป็นสุนัขตัวเดียวกันหรือไม่ หากเป็นสุนัขตัวเดียวกันที่ซื้อมาในราคา 6,000 บาท แต่ไปหลอกทางบริษัทขนส่งว่าซื้อมาในราคา 40,000 บาท และมีการทำประกัน ถึงแม้จะยังไม่ได้เงินไป แต่มีการพยายามเรียกร้องเงินจากบริษัท ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำความผิด ขณะนี้มีเพียงพยานหลักฐานยืนยันจากการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เพียงอย่างเดียวว่า สุนัขได้ซื้อมาในราคาใด ซึ่งจะประสานเจ้าของฟาร์มเพื่อสอบปากคำว่าได้ขายสุนัขมาในราคา 6,000 บาทจริงหรือไม่ และจะรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะเรียกเจ้าของสุนัขมาให้การต่อไป
โดยในเบื้องต้นการกระทำการที่เรียกร้องเงินประกันจากบริษัทขนส่ง แม้จะเรียกร้องไม่สำเร็จ แต่ก็จะเข้าข่ายฐานความผิด พยายามฉ้อโกง ส่วนความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์นั้น ยังไม่เห็นชัดเจน เนื่องจากเราไม่เห็นตอนป้อนยา แต่เห็นตอนที่ยาติดอยู่ ซึ่งจะตรวจสอบได้ยาก แต่มีอีกเคสหนึ่งซึ่งอยู่ในอีกพื้นที่ จะเห็นการกระทำความผิดชัดเจน เพราะคนขับรถเห็นขณะมีการป้อนยาให้สุนัข