ขณะที่ต้องจับตาเกาหลีเหนืออาจจะทำการทดลองยิงขีปนาวุธ ICBM ในวันเสาร์ที่ 9 กันยายนนี้ เพื่อเฉลิมฉลองวันก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี และถือเป็นการแสดงแสนยานุภาพ หลังจากที่เพิ่งทำการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ไฮโดรเจนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา พร้อมกับล่าสุด จากการที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ได้ประกาศติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD อีก 4 ชุดจากการช่วยเหลือของกองทัพสหรัฐ
นอกจากนี้ตลาดยังจับตาการเคลื่อนไหวของทิศทางเงินดอลลาร์ หลังจากร่วงลงต่อเนื่องมาถึงจุดต่ำสุดในรอบ 32 เดือน โดยที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ร่วลงมาแตะที่ระดับ 91.40 เมื่อวันพฤหัสฯ สวนทางราคาทองที่พุ่งแตะ 1,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะได้เห็นราคาทองพุ่งถึง 1,400 ดอลลาร์ หากว่าความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลียังไม่คลี่คลายลง
1.ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำถึงความจ้องการที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี โดยในระหว่างการสนทนา ผู้นำทั้ง 2 ประเทศมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีปัจจุบัน ซึ่งผู้นำจีนยังยืนกรานที่จะสกัดกั้นการแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์เพื่อทำให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพเหนือคาบสมุทรเกาหลี
ประธานาธิบดีสิ จิ้นผิง ระบุว่าทิศทางการดำเนินการควรมุ่งไปยังการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ผ่านการเจรจาและแสวงหาแนวทางแก้ไขในระยะยาวโดยมีมาตรการที่ครอบคลุมที่ดี ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตอกย้ำถึงการที่สหรัฐเป็นกังวลอย่างยิ่ง พร้อมให้คำมั่นที่จะยกระดับการสื่อสารกับจีนในการหาแนวทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด
ส่วนประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มีการแถลงนอกรอบการประชุมสุดยอดบริคส์ ที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝู่เจี้ยน ของจีน ว่า หนทางการการเจรจาเท่านั้นคีอสิ่งที่จะรับประกันความปลอดภัยของเกาหลีเหนือ ด้วยการฟื้นฟูกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับอิรัก และลิเบีย ทำให้คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ รู้สึกเพียงว่ามีแต่นิวเคลียร์เท่านั้นที่จะปกป้องเกาหลีเหนือได้ ดังนั้นการใช้มาตการคว่ำบาตรและการใช้กำลังทหารข่มขู่จึงไม่อาจหยุดยั้งเกาหลีเหนือได้
โดยที่ผู้นำรัสเซียยังย้ำถึงสิ่งที่ได้พูดกับเพื่อนร่วมงานว่า ชาวเกาหลีเหนือยินดีกินหญ้า แต่จะไม่มีวันยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์จนกว่าจะรู้สึกว่าตนเองปลอดภัย
2.ขณะที่ต้องจับตาเกาหลีเหนืออาจจะทำการทดลองยิงขีปนาวุธ ICBM ในวันเสาร์ที่ 9 กันยายนนี้ เพื่อเฉลิมฉลองวันก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี และถือเป็นการแสดงแสนยานุภาพ หลังจากที่เพิ่งทำการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ไฮโดรเจนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา
ล่าสุดทางด้านกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ได้ประกาศติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD อีก 4 ชุดจากกองทัพสหรัฐ หลังจากที่ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลียังคงอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางการจับตาของเกาหลีเหนือ และท่าทีของรัฐบาลจีนได้ออกมาแสดงท่าทีต่อต้านและมีการตอบโต้การติดตั้งระบบ THAAD ดังกล่าว เนื่องจากระบบดังกล่าวส่งผลต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงของจีน
3.ประธานเฟดคลีฟแลนด์ เปิดเผยแผนการปรับลดงบดุลของเฟดจากระดับ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ในอนาคตอันใกล้นี้ จะดำเนินไปเป็นเวลาหลายปี และจะไม่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งขึ้นมากเกินไป โดยที่เฟดจะไม่กลับมาทบทวนนโยบายดังกล่าวในการประชุมทุกครั้งเหมือนกับการทบทวนนโยบายอัตราดอกเบี้ย เรียกได้ว่าหลังจากมีการกำหนดแผนแล้ว ก็สามารถลืมมันได้เลย ซึ่งจะมีการดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะไม่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งขึ้นมากเกินไป
นอกจากนี้ ลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์ ยังหนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามแผน เพื่อให้ระบบการเงินมีความสมดุล และเศรษฐกิจไม่เผชิญภาวะร้อนแรงเกินไป ซึ่งหากภาวะเศรษฐกิจปรับตัวตามที่เฟดคาดการณ์ไว้ การถอนตัวจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก็จะช่วยให้การขยายตัวเป็นไปอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่ทำให้เฟดสามารถดำเนินนโยบายการเงินได้ครอบคลุมกับการรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น
4.ทำเนียบขาวเผยโผตัวเต็งชิงตำอหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ มีถึง 6 รายชื่อประกอบด้วย Kewin Warsh, Janet Yellen, Gary Cohn, John Taylor, Thomas Hoenig และ Glenn Hubbard ซึ่งมีกำหนดต้องนำสู่การพิจารณาของวุฒิสภาสหรัฐในวันที่ 4 กุภาพันธ์ 2018 โดยที่ประธานาธิบดีทรัมป์มองไปที่บุคคลที่จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจที่พุ่งเป้าไปจนถึงปี 2020
นอกจากนี้มีรายงานว่า หลังจากการลาออกของ Stanley Fischer รองประธานเฟด ซึ่งะมีผลในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคมนี้ ยังเปิดโอกาสให้ประธานาธิบดีทรัมป์ถือเป็นโอกาสในการยกเครื่องคณะกรรมการของเฟด 5 ใน 7 ตำแหน่งที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งด้วย โดยเฉพาะสมาชิกเฟดที่นั่งในบอร์ดนานๆ ถึง 14 ปีจะไม่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาอีก
5.ดอลลาร์ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 32 เดือน โดย Dollar Index อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 91.40 เมื่อวันพฤหัสฯ หากว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลียังไม่คลี่คลายลง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากผลกระทบของพายุใหญ่ 2 ลูกทั้งพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์และเออร์ม่าที่กำลังขึ้นฝั่งในฟลอริด้า จอร์เจีย และเซาท์แคโรไลนา
จากการเปิดเผยของเฟดในรายงานล่าสุดถึงพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐตลอดแนวฝั่งตั้งแต่เมืองดัลลัส และแอตแลนต้า และยังส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวเม็กซิโกได้ปิดหยุดชะงักลงในอัตราส่วน 1 ใน 5 รวมทั้งได้สร้างผลกระทบต่อการผลิตเชื้อเพลิงและปิโตรเคมี เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมัน 15 แห่งได้ประกาศหยุดการผลิตเป็นการชั่วคราว ขณะที่อีกหลายแห่งกำลังลดการผลิตลง ทำให้เกิดดภาวะขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่
ในการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ซึ่งสวนทางราคาทองที่พุ่งแตะ 1,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ มีปัจจัยหลายอย่างที่ผลักดันให้ราคาทองปรัยตัวขึ้นอีก เช่น แรงซื้อจากบรกบรรดากองทุนเฮดจ์ฟันด์ และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่อาจเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งถ้าปัจจัยดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ก็จะหนุนให้ราคาทองขึ้นแตะระดับ 1,400 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ราคาทองมีการดีดตัวขึ้น 2.45% ในช่วง 7 วันซื้อขายที่ผ่านมา รวมทั้งเป็นการปรับตัวสูงขึ้นถึง 16% จากช่วงต้นปีนี้ ยังคงมีความเสี่ยงเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งหากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นก็จะฉุดให้ราคาทองร่วงลง