เนชั่นทีวี

ข่าว

ปี61รพ.ราชวิถีจัดซื้อยา-เวชภัณฑ์พิเศษแทนสปสช.

18 ส.ค. 2560 |

ปี61รพ.ราชวิถีจัดซื้อยา-เวชภัณฑ์พิเศษแทนสปสช.

บอร์ดบัตรทองเห็นชอบ ปี61 รพ.ราชวิถีจัดซื้อยา-เวชภัณฑ์พิเศษแทนสปสช. ชี้ระบบไม่ต่างจากเดิม แต่ทำให้ถูกกฎหมาย หลังสตง.ทักท้วง เอ็นจีโอไม่เชื่อรพ.ราชวิถีทำได้

        การที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ทักท้วงว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ไม่มีอำนาจในการสั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์ เนื่องจากขัดต่อข้อกฎหมาย  

         ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น. ที่สปสช. มีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) นัดพิเศษ วาระ “ข้อสรุปการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ตามโครงการพิเศษในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปีงบประมาณ 2561” โดยบอร์ดมีมติ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยาเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ประกอบด้วย กรรมการจากหน่วยบริการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน/สังกัด รวมทั้ง ให้ สปสช.โอนเงินให้ รพ.ราชวิถี ดำเนินการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ตามโครงการพิเศษสำหรับปีงบประมาณ 2561 จากองค์การเภสัชกรรม(อภ.)แทน  

          ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล  สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะประธานบอร์ดสปสช. กล่าวว่า สตง.ทักท้วงว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ไม่มีอำนาจในการสั่งซื้อยาเพราะขัดต่อข้อกฏหมาย  แต่ในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งเหลือเวลาอีก 2 เดือน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทัน ก็ให้ สปสช.ดำเนินการเช่นเดิม แต่ในปีงบประมาณ 2561 จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดผลดีต่อประชาชนและสามารถยืนยันกับประชาชนว่าจะไม่เกิดผลกระทบอะไรแน่นอน

       “สตง.จี้แล้วจี้อีกว่าไม่สามารถดำเนินการในรูปแบบเดิมได้ หากยืนยันจะทำเช่นเดิมบอร์ดสปสช.ชุดนี้ก็อยู่ไม่ได้แน่นอน  แต่หากบอร์ดไม่เห็นด้วยและยืนยันจะให้ทำแบบเดิมก็สามารถลงมติได้ทุกคนมีสิทธิ์ แต่ผมมีทางออกที่ถูกต้องให้  ซึ่งการมอบให้ รพ.ราชวิถีจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์แทนสปสช. โดยซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ระบบเกือบเหมือนเดิมทั้งหมด เพียงแต่เปลี่ยนหน่วยงานจัดซื้อและแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย และขอยืนยันว่าจะไม่มีการออก ม.44 เพื่อแก้ไขปัญหานี้อีกแน่นอน”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าว

         นพ.โสภณ  เมฆธน  ปลัดสธ. กล่าวว่า  การที่รพ.ราชวิถีจะเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ตามโครงการพิเศษในปีงบประมาณ 2561 แทนสปสช. เพื่อกระจายไปให้สถานพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมาตรา 58 พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 สิงหาคม 2560 กำหนดไว้ว่า หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งแห่งใดอาจทําการจัดซื้อ จัดจ้างพัสดุให้กับหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น ๆ ก็ได้ ตามกรอบข้อตกลง และรพ.ราชวิถี ก็มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะดำเนินในเรื่องนี้ได้

         “ที่มีการออกมาเคลื่อนไหวว่ายาขาด ผู้ป่วยจะไม่ได้รับยานั้น  ยืนยันว่าไม่มีผู้ป่วยไม่ได้ยา หรือไม่ได้รับยา แต่เท่าทราบเป็นไปในลักษณะที่ผู้ป่วยที่เคยได้รับยาครั้งละ 3 เดือน ก็จะได้รับครั้งละ 1 เดือนแทน เช่น ยาเอดส์ เป็นต้น ซึ่งไม่อยากจะโทษว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันเป็นเพราะการบริหารจัดการของใคร อย่างไร แต่อยากให้มาร่วมมือกันในการหาทางแก้ปัญหาจะดีกว่า”นพ.โสภณกล่าว

         ด้านน.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค(มพบ.) หนึ่งในบอร์ดสปสช. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับหลักการครั้งนี้ เพราะสธ.ยังไม่สามารถวางระบบที่จะจัดซื้อยาในอนาคตได้ และบางหลักการก็ยังไม่มีกฎหมายรองรับ หากดำเนินการไปแล้วอาจขัดต่อข้อกฎหมายได้ และตั้งข้อสังเกตว่ากรณีที่มอบหมายให้ รพ.ราชวิถีเป็นคนกลางในการจัดซื้อยาในปีงบประมาณ 2561 ขณะนี้ผอ.รพ ราชวิถีก็ยังไม่มีการออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ทำให้ไม่เชื่อมั่นว่าการจัดซื้อครั้งนี้จะทำได้จริงหรือไม่

ข่าวล่าสุด