นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ได้ออกมาแถลงในเรื่องการกำหนดเป้าหมายให้เทคโนโลยีการขับขี่แบบอัตโนมัติเข้าสู่ภาคการขนส่งสาธารณะภายในปี 2020
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภาคการขนส่ง และปรับปรุงกฎหมายที่จำเป็น พร้อมกับการทดสอบเทคโนโลยีด้านยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง
ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2017 รถยนต์และรถโดยสารไร้คนขับจะถูกนำมาใช้ในญี่ปุ่นในพื้นที่ต่างๆ กว่า 10 แห่งทั่วประเทศใกล้จุดพักรถบนทางหลวง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำผู้สูงอายุและผู้อยู่อาศัยอื่น ๆ ไปยังร้านค้าและโรงพยาบาล
ซึ่งแผนการปัจจุบัน จะมีการทดลองโดยมีการควบคุมจากระยะไกล โดยให้บริการในพื้นที่ที่มีประชากรไม่มากนัก ผลสุดท้ายจะทำให้ชาวญี่ปุ่นประมาณ 7 ล้านคนสามารถเข้าถึงการขนส่งมวลชนได้
ภาคส่วนโลจิสติกส์ก็เห็นประโยชน์จากยานยนต์อัตโนมัติ โดยทางด่วน Shin-Tomei ที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระหว่างโตเกียวและนาโกย่า จะได้รับการอนุญาตให้มีขบวนรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองขนาดใหญ่วิ่งทดสอบได้
สภาของญี่ปุ่นยังจะออกแผนสำหรับกรอบทางกฎหมายเพื่อช่วยผลักดันให้มีการใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองบนท้องถนน
โดยขั้นตอนรวมทั้งการแก้ไขกฎหมายจราจรทางบกเป็นสิ่งที่จำเป็น มาตรการด้านความปลอดภัย เช่นโปรโตคอลที่จำเป็น ไปจนถึงกระบวนการออกใบอนุญาตจะต้องปรึกษากับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้วย
รัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดทำยุทธศาสตร์พื้นฐานสำหรับการขับขี่โดยอัตโนมัติในปีงบประมาณ 2017 เนื่องจากกฎหมายหลายๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลายกระทรวงและหลายหน่วยงาน
ในขณะนี้ รัฐมิชิแกน ของสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองสามารถทำการทดสอบบนถนนสาธารณะได้แล้ว และที่ ญี่ปุ่น ก็มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการทดสอบดังกล่าวเช่นกัน
Reference
[1]https://asia.nikkei.com/Politics-Economy/Policy-Politics/Japan-looks-to-self-driving-cars-to-bolster-transport-access
[2]http://www.zdnet.com/article/japan-tests-self-driving-cars-to-keep-ageing-motorists-behind-the-wheel/
------------------
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
www.เศรษฐพงค์.com
[email protected]