โรงยิมของศูนย์กีฬา อบจ.สกลนครแห่งนี้ เป็น 1 ใน 3 จุดที่ใช้เป็นศูนย์อพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลสกลนคร เฉพาะที่นี่มีชาวบ้านหนีน้ำท่วมมาพักพิงอยู่กว่า 300 คน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้หญิง คนชรา และเด็ก ที่เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือออกมาตั้งแต่เมื่อวานนี้
ประชาชนกว่า 300 คน ที่พักอยู่ภายในโรงยิมแห่งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นประชาชนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมในเขตเทศบาล ซึ่งเจ้าหน้าหลายฝ่ายได้เข้าไปช่วยเหลือออกมา และบางส่วนตัดสินใจทิ้งบ้านแล้วมาพักอาศัยอยู่ที่นี่ หลังจากที่เมื่อวานนี้ในเขตเทศบาล ได้ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก หรือ อาจเรียกได้ว่าหนักที่สุดในรอบ 30 ปี นอกจากที่ศูนย์อพยพที่นี้แล้ว ยังมีศูนย์อพยพอีก 2 แห่ง คือที่หอประชุม อบจ.หลังเก่า และวัดป่าสุทาวาส ซึ่งที่นั้นมีประชาชนที่เจ้าหน้าที่พามาพักประมาณ 50 คน
ส่วนการติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เมื่อช่วง 03.00 น.ที่ผ่านมา นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าฯ ได้ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์และวางแผนการช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ในบ้าน โดยได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนระดมกำลังเจ้าหน้าที่นำเรือท้องแบนเข้าไปรับชาวบ้านออกมา
ผลกระทบจากน้ำท่วมหนักในครั้งนี้ มี 43 ชุมชนในเขตเทศบาล ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 30,000 คน บ้านถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร รถยนต์ถูกน้ำท่วม ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลือ โดยการนำเด็กและคนชราออกมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว และเร่งเข้าไปช่วยประชาชนส่วนที่ติดอยู่ด้านใน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ มีเพียงอาการป่วยไข้จากพายุฝน ซึ่งทางจังหวัดได้มีการส่งเจ้าหน้าที่แพทย์เข้าไปให้ความช่วยเหลือ
เนื่องจากระดับน้ำในเขตเทศบาล ยังท่วมสูง เจ้าหน้าที่จึงต้องตัดไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตราย ขณะเดียวกันก็มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาล ซึ่งมีการประสานไปยังป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อนำเครื่องปั่นไฟฟ้ามาสำรองไว้ใช้ในโรงพยาบาล
ขณะที่การเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำสำคัญ อย่างอ่างเก็บน้ำห้วยทราย ที่รองรับน้ำจากเทือกเขาภูพาน ผู้ว่าฯ ระบุว่ามีมวลน้ำที่ล้นจากสปินเวย์ และเซาะคันดินในบริเวณใกล้กับสปินเวย์ ทำให้เป็นรอยลึกประมาณ 4 เมตร กว้าง 20 เมตร ทำให้น้ำที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ประมาณ 240 ล้าน ลบ.ม.ทะลักออกไปตามรอยแยก แต่ยืนยันว่า อ่างเก็บน้ำไม่ได้พัง และมวลน้ำที่ทะลักออกไปไม่ได้ไหลเข้ามาท่วมในตัวเมืองสกลนคร
สำหรับแผนการช่วยเหลือในวันนี้ ผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันประเมินสถานการณ์ชั่วโมงต่อชั่วโมง หากพบว่าสถานการณ์น้ำอยู่ในระดับทรงตัว คือ ไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม ก็จะเร่งเข้าไปให้ความช่วยประชาชนที่อยู่ด้านใน แต่ที่ต้องเฝ้าระวังคือ มวลน้ำที่อยู่บนเทือกเขาภูพานที่อาจจะไหลลงมาอีกละลอกหนึ่ง