ภาพจากกล้องหน้ารถ สายพหลโยธิน ที่แชร์ในโลกออนไลน์ กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ดำเนินคดีกับ เจนภพ วีรพร ที่ขับเบนซ์ พุ่ง ชนท้ายฟอร์ด จนทำให้เกิดไฟไหม้ทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย คือ กฤษณะ ถาวร อายุ 32 ปี และ ธันฐภัทร์ หรือ เบนซ์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
และยังมีการแชร์คลิป ขณะรถเบนซ์ ทะเบียน ษง 3333 แหกด่าน ทางด่วนพระราม 4 ซึ่งเป็นเหตุกาณ์ 1 ชั่วโมงก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ บน ถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 53 บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 ส่วนการตรวจสอบภายในรถ ยังพบยารักษาอาการซึมเศร้า
หลังเกิดเหตุเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม กับการทำงานของตำรวจ ว่าล่าช้า จนมีการเปลี่ยนทีมพนักงานสอบสวน หลายชุด และเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพราะ เบนซ์ ขับมาด้วยเร็ว ก่อนแซงซ้าย เข้าชนท้ายฟอร์ด โดยไม่มีการเบรกรถ ขณะที่เลขไมค์หยุดอยู่ที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งผู้ขับรถเบนซ์ต้องใช้ความเร็วมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงเป็นการใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด
ชุดสืบสวนลงพื่นที่ ทำภาพจำลองพบว่า มีรอยไถลของรถไกลกว่า 300 เมตร คนขับไม่น่าจะอยู่ในสภาพที่ควบคุมรถได้ ชนแล้วยังปล่อยให้รถวิ่งต่อไป ซึ่งตามกฎหมายแล้ว รถยนต์ส่วนบุคคลใช้ความเร็วในพื้นที่นอกเมืองได้ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะอนุโลมให้ที่ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
จนสามารถส่งสำนวนฟ้องต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใน 7 ข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ ขับรถในขณะเมาสุรา หรือ ของเมาอย่างอื่น ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษ ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ เป็นผู้ขับขี่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานสอบสวน
แม้จะมีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว แต่ครอบครัวของผู้สุญเสียยังคงทุกข์ทรมาน กับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอด 1 ปี 4 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะ "เบลล์" น้องสาว ของเบนซ์ เมื่อ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรชื่อดัง และเป็นเพื่อของเธอเอาเรื่องราวโพสต์ในเฟซบุก ว่าได้ใช้เวลาแห่งความทุกข์ที่สุดในจิตใจ ไปกับการขึ้นศาล นัดสืบพยานที่เลื่อนไปมาหลายครั้ง
ขณะเดียวกัน เบลล์ ต้องหยุดเรียนปริญญาเอกที่แคนาดา เพราะแม่ขอให้กลับมารวมตัวอยู่ด้วยกัน พ่อของเธอตัดสินใจบวชไม่มีกำหนดสึกเพราะหัวใจสลาย ร้องไห้ทุกวันเสาร์ที่ขึ้นเขาใหญ่ ไปอยู่หน้ากระดูกลูก แม่ของเธอเข้าออกโรงพยาบาล เป็นประจำ และสิ่งที่ยังค้างคาใจญาติผู้สูญเสียคือ คือ ผลการตรวจแอลกอฮอลล์ไม่มี แม้อัยการจะส่งฟ้องและศาลตัดสินแล้วก็ตาม ผลการตรวจเลือดจากโรงพยาบาลไม่ปรากฎ กล่องดำจากรถเบนซ์หรูก็ไม่พบ
ครอบครัวเธอเหนื่อยมาก จากกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ต้องให้รับเงินเยียวยา เพื่อให้จบคดีแพ่ง ถึงจะดำเนินการต่อทางอาญาได้ ซึ่งจำเป็นต้องยอม ไม่เช่นนั้นคดีไม่สามารถเดินต่อไปได้ แต่ด้วยเป้าหมายปลายทางอยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นจริง และดำเนินคดีกับลูกคนรวยที่ขับรถโดยไม่คำนึงถึงชีวิของคนใช้ถนน