นางแพงศรี ราจันทึก อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219 บ้านหนองขาม ซอย 3/4 หมู่ 15 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำภาพใบหน้าของคนร้ายที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้าน เป็นชายอายุประมาณ 25 27 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 170 เซ็นติเมตร สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ สวมกางเกงยีนส์ขายาว และมีกระเป๋าสะพายสีดำคาดเอว ไม่ปิดบังใบหน้า ที่แอบงัดประตูหน้าบ้าน ก่อนเข้าไปในบ้านขณะที่นางแพงศรี และลูกชาย กำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้าน มาติดไว้ประตูหน้าบ้าน เพื่อแจ้งเตือนชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาได้ทราบรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย นอกจากนั้นยังได้นำภาพใบหน้าของคนร้ายกว่า 20 แผ่น เดินแจกจ่ายให้กับชาวบ้านและเจ้าของหอพักภายในซอยได้นำไปติดไว้ตามหอพักและบ้านเรือน เพื่อให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและระมัดระวังทรัพย์สินมีค่า รวมทั้งความไม่ปลอดภัยในชีวิต
หลังจากในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้าย เป็นชายที่มีรูปพรรณตามภาพในกล้องวงจรปิด ได้ก่อเหตุงัดประตูหน้าบ้านในขณะที่นางแพงศรีและลูกชายกำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน โดยหลังจากที่คนร้ายทำการถอดกุญแจที่ประตูบ้าน ได้เดินเข้าไปในตัวบ้าน โดยไม่ทราบว่ามีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่บันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด เมื่อเดินเข้าไปภายในบ้านบริเวณชั้น 1 ขณะที่คนร้ายกำลังมองหาทรัพย์สินและของมีค่า ลูกชายของนางแพงศรี ซึ่งนอนอยู่ภายในบ้านได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา ทำให้คนร้ายรีบเดินออกมาจากภายในบ้านทันที โดยทำทีเป็นคุยโทรศัพท์ ก่อนที่จะเดินออกไปตามถนนภายในซอย
นางแพงศรี เล่าว่า ในคืนเกิดเหตุตนอาศัยอยู่ภายในบ้านกับลูกชาย 2 คน โดยตนนอนอยู่บนชั้น 2 ส่วนลูกชายนอนอยู่ด้านล่าง ซึ่งก่อนจะขึ้นไปนอนตนได้ปิดประตูบ้านและใช้กุญแจตัวอยู่คล้องเอาไว้แต่ไม่ได้ล็อค เนื่องจากยังไม่ดึกมากนัก อีกทั้งลูกชายก็นอนอยู่ด้านล่าง ขณะที่ตนนอนหลับ ประมาณ 21.00 น. ลูกชายได้ตะโกนเรียกให้ลงมาด้านล่าง โดยบอกว่ามีชายแปลกหน้าเดินเข้ามาในบ้าน โดยที่ไบอกว่าเป็นใครและมาทำอะไร ตอนนั้นตนและลูกชายรู้สึกตกใจมากเพราะไม่ได้นัดใครไว้ เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้านก็ไม่พบว่ามีอะไรสูญหาย มีเพียงกุญแจตัวยูที่ใช้คล้องประตูหน้าบ้านหายไป
กระทั้งรุ่งเช้าตนจึงไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดจากเจ้าของหอพัก จึงเห็นพฤติการณ์ของคนร้าย และเห็นหน้าคนร้ายอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะตนเพิ่งเข้ามาเช่าพักได้ไม่ถึง 2 เดือน และเมื่อพาเพื่อบ้านที่อยู่ใกล้เคียงไปดูภาพคนร้ายต่างก็ไม่คุ้นหน้า และเมื่อย้อนดูภาพจากกล้องวงจรปิดหลายตัว ก็พบว่า หลังออกจากบ้านของตนไปแล้ว คนร้ายได้เดินขึ้นไปทางท้ายซอย โดยเดินผ่านกล้องวงจรปิดของหอพักอื่นๆ ไปอีกหลายตัว ก่อนที่ผู้เช่าหอพักคนหนึ่งจะขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากหอพักที่อยู่ใกล้กัน เมื่อคนร้ายเห็นจึงเดินย้อนกลับมา และเข้าไปพูดคุย ก่อนที่คนร้ายจะขึ้นนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของชายคนดังกล่าวขับออกไป โดยไม่ทราบว่า ทั้ง 2 คนรู้จักกันหรือไม่
ล่าสุด ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ดแล้ว โดยอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวคนร้ายมาสอบสวนว่าเป็นใคร และเหตุใดจึงแอบเข้าไปในบ้านของตนเองในช่วงกลางดึก เพราะหากปล่อยไว้ตนกลัวว่าคนร้ายจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ และอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้ จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวมาสอบสวนโดยเร็ว