ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่สน.สายไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 นาย ช่วยกันควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ส่งฟ้องศาลมีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา"ร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงาน", "ต่อสู้และขัดขว้างการจับกุมขณะปฏิบัติหน้าที่" , "ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน" , "ทำให้ทรัพย์สินราชการได้รับความเสียหาย", "ปล้นทรัพย์" , และแจ้งข้อหาเพิ่มแก่นายโสภณ "เมาสุราหรือมึนเมาสารเสพติดอย่างอื่นแล้วขับรถ" เพิ่มเติมด้วย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนเนื่องจากพยานให้การว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการข่มขู่ในที่เกิดเหตุจึงกลัวว่าพยานจะได้รับอันตราย
ทั้งนี้ขณะถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขังในสน.นายโสภณ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาได้มีการตะโกนโวยวาย และมีการเขย่ากรงขังใช้เท้าถีบประตูอยู่ตลอดเวลา จนเจ้าหน้าที่ต้องจับขังแยกอยู่คนเดียว เนื่องจากเกรงว่าจะทำอันตรายผู้ต้องหาคนอื่น นอกจากนี้ขณะควบคุมตัวเข้าห้องขังนายโสภณยังหยิบหนังสือสิบเวรที่ไว้จดรายชื่อผู้ต้องหาบริเวณหน้าห้องขังมาฉีกจนได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังทำลายหลอดไฟ โถส้วม และก็อกน้ำภายในห้องขังด้วย ต่อมาเมื่อพ.ต.ต.บดินทร์ ชูเฉลิม สวป.สน.สายไหม ได้เดินเข้าไปตรวจความเรียบร้อยภายในห้องขังนายโสภณยังมีการตะโกนด่าทอและท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธในข้อหา และไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ จนกระทั่งเวลา 12.00 น. จึงให้ความร่วมมือ และยอมรับทราบข้อกล่าวหา ทำให้ต้องเลื่อนการส่งตัวฟ้องศาลจากช่วงเช้าเป็นช่วงบ่ายแทน
ด้าน พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม กล่าวว่า ผู้ต้องหาไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาผู้ต้องหาไม่ยอมให้ปากคำและพิมพ์ลายนิ้วมือ เพิ่งจะยินยอมในช่วงสายวันนี้ จึงทำให้การนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต้องล่าช้า โดยทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมจะออกไปข่มขู่พยาน และยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และคาดว่าน่าจะนำตัวผู้ต้องไปฝากขังได้ในเวลา 15.00 น.วันนี้ ส่วนในช่วงเช้านายโสภณมีอาการเครียด ได้โวยวายในห้องควบคุมและถีบประตูห้องขัง