ที่ต้นขาทั้งสองข้างแพทย์ต้องเย็บบาดแผลให้กว่า 30 เข็ม เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.วิโรจน์ มูลมานัส รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขที่มารุมกัดน้องมิ้น พร้อมด้วยหลักฐานคลิปวีดีโอที่กล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ โดยเหตุเกิดเวลาประมาณ 18.30 น.ของวันดังกล่าว ภายในซอยวัดไตรสามัคคี 8 หมู่ 1 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เนื่องจากหลังเกิดเหตุเจ้าของสุนัขไม่ยอมรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังท้าทายให้ไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาเอง
ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นางสาวเสาวนีย์ ได้อุ้มน้องมิ้น หลานสาววัย 3 ขวบที่ถูกสุนัขรุมกัดเดินทางมาที่โรงพัก สภ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกเชิญตัวเจ้าของสุนัขเพื่อมาให้ปากคำแล้ว แต่ขณะนี้ทางเจ้าของสุนัขคนดังกล่าวยังคงนิ่งเฉยไม่ยอมเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกแต่อย่างใด ซึ่งจะได้ทำการออกหมายเรียกเชิญตัวเจ้าของสุนัขมาพบอีกเป็นครั้งที่สอง เพื่อให้มาให้ปากคำและเจราจรกับญาติของผู้เสียหาย ขณะเดียวกันตั้งแต่เกิดเหตุมาจนถึงวันนี้ นางสาวเสาวนีย์ ต้องพาน้องมิ้น หลานสาววัย 3 ขวบเดินทางไปล้างบาดแผลที่โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ทุกวันเนื่องจากเกรงว่าแผลจะติดเชื้อ และต้องออกค่าใช้จ่ายเอง
ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (3 กรกฎาคม 2560) ร.ต.อ.วิโรจน์ มูลมานัส รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัว นางเสาวนีย์ ถวิลรัตน์ และเด็กหญิงสุณิสา หมื่นชอบ หรือน้องมิ้น วัย 3 ขวบ ซึ่งเป็นหลานสาว ที่มีบาดแผลถูกสุนัขเกือบสิบตัวรุมกัดจนเป็นบาดแผลหลายแห่งที่ต้นขาทั้งสองข้างแพทย์ต้องเย็บบาดแผลให้กว่า 30 เข็ม ผู้เสียหาย และเจราจากับเจ้าของสุนัขหลังตกเป็นข่าวหลายวัน โดยในวันนี้เจ้าของสุนัข ได้ส่งลูกชายให้เดินทางมาเจราจากับผู้เสียหาย โดยไม่ขอเปิดเผยใบหน้าและชื่อนามสกุล โดยการเจราจาเป็นไปอย่างเรียบง่ายต่อหน้าพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทั้งนี้จากการเจรจา ลูกชายเจ้าของสุนัขยอมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลและค่าทำขวัญให้น้องมิ้น อีก 5 หมื่นบาท หลังจากที่เกิดเหตุในวันแรกได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปแล้วเป็นเงิน 18,000 บาท พร้อมทั้งขอให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยทางฝ่ายผู้เสียหายก็ยินดีที่จะจบเรื่องดังกล่าว
ลูกชายเจ้าของสุนัข ได้กล่าวตอนท้ายว่า ตนเองไม่พอใจที่มีสื่อบางสื่อและทีวีบางช่องไปลงข้อความว่าตั้งแต่เกิดเหตุไม่มีใครรับผิดชอบ ทั้งๆ ที่ในวันที่เกิดเหตุวันแรกตนก็ตามไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แล้วเกือบ 2 หมื่นบาท โดยทางญาติของผู้เสียหายก็ได้ยืนยันว่าได้บอกสื่อดังกล่าวไปแล้วว่ามีการับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลในวันแรกไปแล้ว แต่สื่อกลับไปลงข้อความที่กลับกันเอง