อาสาสมัครตัวแทนแรงงานเพื่อนบ้าน 3 สัญชาติ เมียนมา กัมพูชา และลาว ที่ทำงานในไทย ร่วมหารือกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน เพื่อชี้แจงปัญหาและผลกระทบที่ได้รับ หลังรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก. บริหารจัดการ การทำงานแรงงานต่างด้าว เช่น ถูกเจ้าหน้าที่รัฐรีดไถ่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้แรงงานหลายหวาดกลัว ทยอยเดินทางกลับบ้าน ขณะที่บางคนเก็บตัวอยู่ในที่พัก ไม่กล้าออกไปไหน เนื่องจากเกรงว่าจะถูกข่มขู่จับกุม // โดย ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน นายสมพงศ์ สระแก้ว บอกว่า จากการพูดคุยกับแรงงานเพื่อนบ้าน มีข้อเสนอให้รัฐบาลไทย และรัฐบาลเมียนมา ช่วยอำนวยความสะดวก เปิดหน่วยรับลงทะเบียนรอบใหม่ พร้อมขอให้เพื่อนแรงงาน 3 สัญชาติผิดกฎหมาย ออกมาลงทะเบียนให้เรียบร้อย โดยมีข้อแม้ว่า นายจ้างตัวจริง ต้องเป็นผู้พาแรงงานมาลงทะเบียนและแสดงตัว โดยพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมได้ประมาณ 2 พันบาท // ขอให้ยืดเวลาออกไป 4 เดือน เพื่อรับฟังผลกระทบอีกครั้งก่อนประกาศใช้กฎหมาย และขอให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมา ตกลงทำความเข้าใจกับนายใจให้เข้าใจถึงกฎระเบียบขัดเจน และต้องทำความเข้าใจกับนายจ้างให้ละเอียดก่อนประกาศใช้กฎหมาย
นายสมพงศ์ บอกว่า หลังจากนี้ จะรวบรวมข้อมูล และข้อเสนอต่าง พร้อมทั้งพาตัวแทนแรงงานเพื่นอบ้าน เข้าร่วมประชุม และยื่นเรื่องต่ออธิบดีกรมการจัดหางาน ที่ กระทรวงแรงงาน ในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ // ขณะทางฝั่งของรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า รัฐบาลรับทราบปัญหาและเข้าใจถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว โดยได้ใช้ มาตรา 44 ชะลอหรือเลื่อนการบังคับใช้บางมาตราที่มีบทลงโทษรุนแรงไปก่อน เพราะนายจ้างและลูกจ้างเตรียมตัวไม่ทัน แต่มาตราที่เหลือยังคงบังคับใช้อยู่ โดยในสัปดาห์นี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย ขอให้ทุกฝ่ายอย่าได้กังวล แรงงานต่างด้าวยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ