เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ของทางการเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้สอบถามแรงงานเมียนมาที่ถูกนายจ้างลอยแพ จากปัญหาผลกระทบจากที่รัฐบาลไทยออกพรก.แรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ ทำให้นายจ้างไม่กล้าจ้างลูกจ้างแรงงานต่างด้าว จึงเดินทางกลับไปประเทศเมียนมา โดยเจ้าหน้าที่เมียนมา ได้สอบปากคำถึงตลอดการเดินทางว่าถูกเจ้าหน้าที่ไทยเรียกรับเงินหรือไม่ และพร้อมรับแรงงานเมียนมาทั้งหมดไว้ดูแล
ในเบื้องต้นทางเมียวดีได้จัดพื้นที่รองรับแรงงานเมียนมาที่เดินทางกลับไปเมียนมา จำนวนกว่า 10,000 คน ที่จังหวัดเมยวดี เพื่อดูแลเรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัยชั่วคราว ก่อนที่จะส่งกลับภูมิลำเนา ซึ่งล่าสุดมีแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ที่ถูกลอยแพจำนวน 8,491 คน ได้เดินทางกลับไปฝั่งประเทศเมียนมาแล้ว
เจ้าหน้าที่เมียนมา แจ้งว่า ขอให้แรงงานที่ไม่สามารถทำงานในประเทศไทยได้กลับมาที่ชายแดนเมียนมา ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพร้อมให้การดูแล จะผิด หรือถูกกฏหมาย ในการออกไปทำงานต่างประเทศก็จะไม่ดำเนินคดีใดๆ นอกจากแรงงานเมียนมาที่ได้รับผลกระทบแล้ว ภาคธุรกิจไทยในอำเภอแม่สอด เช่น สมาคมขนส่งสินค้า และผู้ประกอบกิจการด้านต่างๆ ต่างบอกว่า หากพรบ.แรงงานต่างด้าว ฉบับใหม่ ยังคงถูกนำมาบังคับใช้ ก็จะผลกระทบภาคธุรกิจ และการลงทุนทั้งหมด เพราะเป็นโทษที่รุนแรงเกินไป
ด้านพ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผกก.สภ.แม่สอด กล่าวว่า ในช่วงที่แรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา เดินทางกลับ นั้น ได้กำชับ เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามมีการเรียกรับเงินจากแรงงานเมียนมาโดยเด็ดขาด หากพบว่า ตำรวจคนไหนมีการกระทำผิด จะดำเนินคดีทางวินัยทันที