เมื่อเวลา ประมาณ 16.00 น.ทางด้าน ร.ต.อ.อุทัย พันธุ์เหนือ ร้อยเวร(40)หรือร้อยเวรอุบัติเหตุ พร้อมด้วยชุดสายสืบนอกเครื่องแบบ(ชุดสุรสีห์)สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุ จยย.2 คัน เฉี่ยวชนกันที่ 4 แยกไฟแดง ถนนราชการดำเนินและถนนปัทมานนท์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บไม่มาก แต่เงินสดหายไปจากที่เกิดเหตุ 6,000 บาท จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงยังที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่า เหตุเกิดจาก 2 พี่น้อง คือ นางสาวภัทราพร พงษ์ภักดี อายุ 31 ปี ซ้อนท้ายรถจยย.ฮอนด้า ไอคอน สีเทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งมีนางสาวภัทวารี พงษ์ภักดี อายุ 23 ปี ที่เป็นน้องสาว เป็นคนขับขี่ โดยทั้งคู่ อยู่บ้านเลขที่ 442 บ้านทุ่งนาหลวง ม.5 ต.รอบเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด เกิดเฉี่ยวชนกับนายจำลอง กรมวัง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 บ้านแก่นทราย ม 14 ต.แก่นทราย อ.เมืองร้อยเอ็ด ชน จยย.ฮอนด้า เวป สีแดง ทะเบียน กกข. 450 ร้อยเอ็ด จนล้มลง ทำให้รถเสียหายเล็กน้อย และนายจำลองได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่ฝ่ามือ ส่วนพี่น้องทั้ง 2 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ช่วงชุนมุล ปรากฎว่า เงินสดในกระเป๋าถือ ของนางสาวภัทราพร ที่มีเงิน 6,000 บาท ได้หายไปขณะเกิดเหตุ
จากการสอบสวนปากคำ 2 พี่น้อง รับว่าก่อนเกิดเหตุ พวกตนขี่รถจยย.ไปกดเงินที่ธนาคารกรุงเทพ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองร้อยเอ็ด จำนวน 6,000 บาท เพื่อจะไปจ่ายเงินค่างวดรถยนต์ ที่ร้ายสะดวกซื้อ เมื่อมาถึง 4 แยกที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็น 4 แยกไฟแดง แล้วได้เลี้ยวซ้ายโดยขาดความระมัดระวัง จนเกิดการเฉี่ยวชนกับรถ จยย.ทางตรง ที่นายจำลอง กรมวัง ขับขี่มาจน จยย.ล้มลงบนถนนทั้งคู่ จนสิ่งของที่อยู่ในตะแกรงหน้ารถ พร้อมกระเป๋าเงิน หล่นกระจายลงบนถนน และปรากฏว่า ขณะที่ล้มลง มีรถ จยย.อีกคัน ไม่ทราบยี่ห้อ ไม่ทราบเลขทะเบียน ที่ขี่มาโดยวัยรุ่นซ้อนมากัน 3 คน มาประสบเหตุ และขับไปจอดห่างออกไปประมาณ 10 เมตร แล้วมีคนซ้อนท้ายที่เป็นวัยรุ่นผอมสูง ได้ลงมาจากรถเดินมาช่วยเพียงคนเดียว ทำทีเป็นให้ความช่วยเหลือ และช่วยยกรถขึ้นและช่วยเก็บของรวมทั้งกระเป๋าเงินให้ แต่ปรากฏว่า พอยกรถขึ้นเสร็จก็รีบ เดินหนีไปขึ้นรถที่เพื่อ 2 คน ติดเครื่องรออยู่ขับขี่หนีไป ซึ่งเมื่อตรวจสอบทรัพย์สินปรากฏว่า กระเป๋าเงินที่บรรจุเงินสด 6,000 บาท ได้หายไป ซึ่งมั่นใจว่าน่าจะเป็นวัยรุ่นคนดังกล่าวฉกไป เพราะเนื่องจากขณะเกิดเหตุไมมีคนอื่นเข้ามาใกล้ นอกจากวัยรุ่นคนดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งมั่นใจว่าวัยรุ่นคนดังกล่าว ซึ่งอาจจะทำทีเป็นพลเมืองดี ที่เข้ามาช่วยเหลือเป็นคนฉกเอากระเป๋าที่ใส่เงินหลบหนีไป.
ในขณะที่จากการสอบสวนนายชัยประสิทธิ์ ภาลุกา อายุ 33 ปี ซึ่งผ่านมาประสพเหตุเล่าว่า ตอนเกิดเหตุไม่มีคนอื่นนอกจากคู่กรณี และตนเห็นชายหนุ่มคนที่ทำตัวเป็นพลเมืองดี เดินไปที่จุดรถล้มช่วยยกรถขึ้น แล้วก็ช่วยเก็บของ เสร็จแล้วก็รีบเดินหนีไปไปขึ้นรถ จยย.ที่เพื่อน 2 คนติดเครื่องรออยู่ รีบขับขี่หนีไป ซึ่งตนก็แปลกใจที่มาช่วยยกรถขึ้นและเก็บของแล้ว กลับไม่ช่วยคน ก็หลบหนีไป ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย ว่าเป็นคนฉกเงินหลบหนีไป
หลังทราบรายละเอียด ร.ต.อ.อุทัย พันธุ์เหนือ ร้อยเวร(40)หรือร้อยเวรอุบัติเหตุ ได้ประสานขอตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด2 แห่งจากร้านค้า ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าไม่เห็นภาพคนต้องสงสัย เนื่องจาก กล้องหันจับภาพแต่เพียงบริเวณหน้าร้านค้า โดยไม่เห็นภาพเหตุการณ์ตรงจุดเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งจะมีการประสานกล้องตัวอื่นๆในจุดต่างๆเพื่อตรวจสอบหาผู้ต้องสงสัยมาตรวจสอบสอบสวน และฝากประชาสัมพันธ์ ผู้ต้องสงสัย หากไม่เกี่ยวกะการลักทรัพย์ ก็ให้มาแสดงตัว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อไป.