แอดมินเพจ "รักหมา" ร้อง ปอท. โดนแอบอ้างระดมทุนช่วยสุนัข-แมว
22 มิ.ย. 2560 | Ekkapon

แอดมินเพจ "รักหมา" บุกร้อง ปอท. โวยเจ้าของเฟซบุ๊ก แอบอ้างเรียกระดมทุนช่วยเหลือ สุนัข-แมว หลังพบมีการนำภาพที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ไปอ้างขอรับบริจาคซ้ำ
ข่าว
22 มิ.ย. 2560 | Ekkapon

แอดมินเพจ "รักหมา" บุกร้อง ปอท. โวยเจ้าของเฟซบุ๊ก แอบอ้างเรียกระดมทุนช่วยเหลือ สุนัข-แมว หลังพบมีการนำภาพที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ไปอ้างขอรับบริจาคซ้ำ
ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) - เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2560 น.ส.สุรวดี ศรีสุขสวัสดิ์ แอดมินเพจ "รักหมา" พร้อมกลุ่มผู้เสียหายรวม 7 คน ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ภิภพ กลมกลึง รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าของเฟซบุ๊ก เรียกระดมทุนช่วยเหลือสุนัข หลังถูกหลอกให้โอนเงินบริจาคช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตรวจสอบพบว่า มีผู้นำภาพเคสที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ไปแอบอ้างขอรับเงินบริจาคอีกในข้อหาฉ้อโกง โดยมีกลุ่มคนรักสัตว์หลงเชื่อโอนเงินให้รวมกว่า 1 แสนบาท พร้อมได้นำหลักฐานทั้งข้อความขอความช่วยเหลือผ่านทางเฟซบุ๊ก เอกสารการโอนเงิน ฯลฯ
น.ส.สุรวดี กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีบุคคลเข้าไปโพสต์เฟซบุ๊กในกลุ่มรักสุนัขและแมวตามเพจต่างๆ เพื่อขอระดมทุนช่วยเหลือ โดยนำภาพสุนัขและแมวที่บาดเจ็บ ซึ่งมีเจ้าของมาแอบอ้าง รวมทั้งจากการตรวจสอบชื่อคลินิกที่นำสัตว์ไปรักษานั้นไม่มีจริง มีการปลอมเอกสารค่ารักษาให้เกิดความน่าเชื่อถือด้วย ในฐานะตนเป็นแอดมินเพจ "รักหมา" ซึ่งมีผู้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมภาพถ่าย ทำให้ประชาชนที่อ่านเพจหลงเชื่อโอนบริจาคเป็นเงิน 10,000 บาท ต่อมากลับพบว่า มีภาพพร้อมข้อความ และเลขบัญชีธนาคารเดียวกัน ถูกนำกลับไปโพสต์ขอระดมทุนอีกหลายเพจเฟซบุ๊ก รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น กว่า 1 แสนบาท จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความ พร้อมกับผู้เสียหายที่ถูกแอบอ้างชื่อ
น.ส.สุรวดี กล่าวอีกว่า ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์เปิดบัญชีผู้ใช้งาน โดยปลอมชื่อบุคคลที่มีอยู่จริง และไม่มีอยู่จริง โพสต์ข้อความหลอกให้โอนเงิน โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 59 ส่วนการตรวจสอบบัญชีการโอนเงินของธนาคารพบว่า บุคคลดังกล่าวมีการเปลี่ยนชื่อนามสกุลมาแล้ว 8 ครั้ง แต่ใช้ชื่อ น.ส.ศิริต้า กุลธารา ธ.กรุงไทย เป็นหลัก แต่เมื่อถูกจับได้จะปลอมเฟซบุ๊ก และใช้ภาพบุคคลอื่น เพื่อนำไปหลอกลวงผู้เสียหายใหม่ โดยขณะนี้ทราบว่ามีผู้เสียหายร่วม 100 ราย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบุคคลดังกล่าวยังไม่หยุดการกระทำหลอกลวงขอระดมทุนบริจาค ซึ่งทำให้ประชาชนที่เข้าไปดูเกิดหลงเชื่อ และได้รับความเสียหาย
ด้านร.ต.อ.ภิภพ เปิดเผยว่า หลังจากสอบถามกลุ่มผู้เสียหายที่รวมตัวกันมาแจ้งความ และตรวจสอบเอกสารแล้ว พบว่า มีหลายรายแจ้งความท้องที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งจะได้ประสานไปยังท้องที่เกิดเหตุแต่ละราย ให้สอบสวนดำเนินคดีฉ้อโกงต่อไป