กรณีทุจริตเงินอุดหนุนวัดโดยข้าราชการระดับสูงในพศ. และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้เปิดเผยทรัพย์สินของวัด โดยเรื่องการเปิดเผยทรัพย์สินของวัดตนได้รายงานให้ทราบว่า พ.ร.บ.คณะสงฆ์ กำหนดให้เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนวัด มีอำนาจหน้าที่จัดการศาสนสมบัติ และมีกฎกระทรวงกำหนดให้เจ้าอาวาสแต่งตั้งไวยาวัจกรทำบัญชีรับ จ่าย รวมทั้งมติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ขอความร่วมมือวัดให้รายงานบัญชีดังกล่าว ซึ่งนายออมสินรอให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกินที่พศ.จะพิจารณาเอง อย่างไรก็ตาม จากการรายงานมีตัวเลขที่น่าพอใจ โดยปี 59 จากทั้งหมดจำนวนกว่า 4 หมื่นวัด มีการรายงานเข้ามาประมาณกว่า 3.9 หมื่นวัด สิ่งที่นายออมสินคาดหวังคือ คุณภาพของบัญชี ส่วนการตรวจสอบคุณภาพของตัวเลขทางบัญชีนั้น ถ้าต้องการมาตรการที่เด็ดขาด ออกเป็นกฎหมายบ้านเมืองดีที่สุด
"ที่ผ่านมาไม่มีบทบังคับว่าวัดต้องส่งบัญชีรับ จ่าย เนื่องจากมติมส. แค่ขอความร่วมมือ เพื่อให้เป็นไปตามตัวชี้วัดตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำหนด แต่ถ้าไปแก้กฎหมายแล้วไม่มีการทำตามก็จะมีการแซงค์ชั่น จะมีบทลงโทษหรืออะไรก็ว่ากันไป แล้วแต่สภาฯ จะพิจารณา ส่วนทางมส.ไม่มีอำนาจในการกำหนดบทลงโทษทางอาญา สามารถออกข้อบังคับ ซึ่งจะมีผลทางวินัยสงฆ์เท่านั้น" พ.ต.ท.พงศ์ธร กล่าว"ผอ.พศ." เล็ง ตั้ง คกก. สอบทุจริต งบ อุดหนุน วัด 3 ส่วน เผย รอ ตร. แจ้งข้อหา บิ๊กพศ. ก่อน สั่งพักงาน
พ.ต.ท.พงศ์ธร กล่าวว่า ส่วนกรณีทุจริตเงินอุดหนุนวัด ตนได้รายงานให้นายออมสินทราบว่ามีวัดใดบ้างที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี แต่เรื่องตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขอไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยานหลักฐานจำนวนหนึ่ง เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พศ.ต้องทำมี 3 ส่วนคือ 1.พระสงฆ์ ถ้าสืบสวนพบความผิดพระธรรมวินัยจะต้องส่งเรื่องไปยังพระสังฆาธิการ 2.เจ้าหน้าที่ ถ้าพบว่ากระทำผิดอาญา จะต้องดำเนินการทางวินัยด้วย และ3.ถ้าพบว่าก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินทางราชการจะต้องดำเนินการตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิด ส่วนทางพศ.จะเสนอคสช.ให้พักงานเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินวัดหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดอะไร ขอให้ถามทางรัฐบาล และคสช. แต่ตามกฎหมายเมื่อข้าราชการยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาก็ไม่สามารถที่จะพักราชการได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากวัดที่ปรากฏเป็นข่าว พศ.จะลงไปตรวจสอบวัดอื่นๆ ด้วยหรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์ธร กล่าวว่า นายออมสินถามเรื่องนี้เช่นเดียวกัน และยังถามถึงรูปแบบการกระทำผิดมีอะไรบ้าง ตนได้รายงานไปว่าที่มีการทุจริตคือ เงินอุดหนุนวัด แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.เงินอุดหนุนในการปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมวัด 2.เงินเกี่ยวกับการศึกษาของวัด และ3.เงินที่เกี่ยวกับการเผยแพร่หรือจัดกิจกรรมทางศาสนาของวัด ขณะนี้สิ่งที่ตรวจสอบและตำรวจกำลังดำเนินคดีคือ เฉพาะงบในส่วนของการปฏิสังขรณ์ ยังไม่ได้พูดส่วนที่เหลือ อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ พศ.คงต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งบทั้ง 3 ส่วน"ในแต่ละปีงบประมาณ พศ.ได้รับเงินอุดหนุนจำนวน 4 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินอุดหนุนในการปฏิรูปสังขรณ์วัด 500 ล้านบาท เงินเกี่ยวกับการศึกษาของวัดและเงินที่เกี่ยวกับการเผยแพร่หรือจัดกิจกรรมทางศาสนาของวัดประมาณ 2,000 ล้านบาท" พ.ต.ท.พงศ์ธร กล่าว