ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีจำนวนกว่า 260 ราย มูลหนี้รวมประมาณ 41 ล้านบาทและมีสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้จำนวน 22 แห่ง
สำหรับมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน 4 ข้อ ได้แก่
1.ขอให้สถาบันการเงินยกเว้นการเรียกเก็บค่าปรับในกรณีที่ผู้ประกอบการผิดนัดชำระหนี้ระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2559 เพราะเป็นช่วงที่รัฐบาลดำเนินนโยบายจัดระเบียบ
2. ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับผู้ประกอบการรถตู้โดยสาร เช่น ขอให้ยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป 10-12 เดือน รวมทั้งการชำระหนี้แบบขั้นบันได เช่น ช่วงปีแรกอาจชำระค่างวด 15,000-17,000 บาท ปีที่ 2 เพิ่มเป็น 20,000 บาท และปีที่ 3 เพิ่มเป็น 30,000 บาท เป็นต้น โดยเชื่อว่าผู้ประกอบการรถตู้จะมีความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะภาครัฐอยู่ระหว่างเร่งสร้างสถานีจอดรถตู้ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ
3. กรณีที่ผู้ประกอบการจะขอหยุดพักชำระหนี้ คณะทำงานจัดระเบียบรถตู้ฯ จะต้องหารือกับกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมและลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงิน เพราะสถาบันการเงินยังต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
4. กรณีที่ผู้ประกอบการไม่มีความสามารถชำระหนี้ได้อีก สถาบันการทางเงินของภาครัฐก็จะเข้ามารับโอนหนี้ที่เหลือจากสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินกู้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) โดยจะคิดดอกเบี้ยจากผู้ประกอบการรถตู้โดยสารในอัตราต่ำ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานกับธนาคารออมสินไว้แล้ว
ทั้ง4มาตรการจะเริ่มได้ทันทีและจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 10-12 เดือนอย่างไรก็ตามต้องการใช้มาตรการที่ 1-3 ก่อน และจะใช้มาตรการที่ 4 เป็นทางเลือกสุดท้าย" พ.อ. สมบัติกล่าว
"นายรังสรรค์ สายสุทธิ์"นายกสมาคมธุรกิจรถตู้โดยสารสาธารณะต่างจังหวัด กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการช่วยเหลือต่างๆ เพราะตอนนี้ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารได้รับผลกระทบอย่างมากจากจำนวนผู้โดยสารและรายได้ลดลงไปประมาณ 60-70% จึงขอให้สถาบันการเงินออกมาตรการเยียวยาด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการ ส่วนเงื่อนไขอื่นๆ เช่น การจัดจุดจอดรถ และการกำหนดเพดานความเร็วในการขับขี่ ดังนั้นเอกชนจึงต้อง ต้องหารือร่วมกับในสมาคมอีกครั้ง เพื่อหาแนวทางเคลื่อนไหวต่อไป
"นายนพรัตน์ การุณยะวนิช" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า นโยบายจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะหมวด2เส้นทางกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดระยะทางไม่เกิน300กิโลเมตร เข้าใช้พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร,เอกมัย,ปิ่นเกล้า) ตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และการดำเนินการเข้มงวดตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถตามมาตรฐานความปลอดภัย (Checklist) ของ ขบ. ส่งผลให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุ และปัญหาร้องเรียนต่างๆ ของรถโดยสารสาธารณะลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบัน ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะมากขึ้น