เนชั่นทีวี

ข่าว

หนุ่มไล่ยิง "เหลือเฟือ มกจ๊ก"มอบตัวแล้ว รับฟิวส์ขาดถูกด่าบุพการี ขอโทษนามสกุล"ปาทาน"ทำให้เสียชื่อ

07 มิ.ย. 2560

หนุ่มไล่ยิง
"เหลือเฟือ มกจ๊ก"มอบตัวแล้ว
รับฟิวส์ขาดถูกด่าบุพการี
ขอโทษนามสกุล"ปาทาน"ทำให้เสียชื่อ

จากกรณีนายเกมศักดิ์ แจ้งทิพย์นาง หรือ เหลือเฟือ มกจ๊ก ดาราตลกชื่อดัง ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ว่า ถูก นายราฟิก ปาทาน อายุ 48 ปี ใช้อาวุธปืนไล่ยิงตนและกลุ่มเพื่อนขณะกำลังนั่งรับประทานอาหาร บริเวณหน้าร้านแซบโปงลาง ถนนนวลจันทร์ แยกวังรุ้ง แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 4 มิถุนายน ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ นายราฟิก ปาทาน อายุ 48 ปี เลขที่ 1298/2560 วันที่ 4 มิถุนายน 2560 ในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และข่มขู่ผู้อื่น

หนุ่มไล่ยิง
"เหลือเฟือ มกจ๊ก"มอบตัวแล้ว
รับฟิวส์ขาดถูกด่าบุพการี
ขอโทษนามสกุล"ปาทาน"ทำให้เสียชื่อ


ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน พ.ต.อ. สุริยา นาคแก้ว ผกก.สน.โคกคราม และ พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รองผกก.สส.สน.โคกคราม รับมอบตัว นายราฟิก พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .32 มม. จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืน ขนาด 32 มม. จำนวน 1 ปลอก

หนุ่มไล่ยิง
"เหลือเฟือ มกจ๊ก"มอบตัวแล้ว
รับฟิวส์ขาดถูกด่าบุพการี
ขอโทษนามสกุล"ปาทาน"ทำให้เสียชื่อ



นายราฟิก กล่าวว่า ตนยอมรับผิดในทุกข้อกล่าวหาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้ง ก่อนอื่นต้องขอโทษประชาชนที่อยู่ในระแวกจุดเกิดเหตุที่ตนได้ยิงปืนในที่สาธารณะ และต้องขอโทษต่อนามสกุลปาทานที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง รวมไปถึงขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สร้างเรื่องให้ต้องติดตามตัวตน ส่วนสาเหตุที่ได้ก่อเหตุดังกล่าว เพราะว่านายเหลือเฟือ ใช้คำหยาบคายด่าบุพการีตน จึงทำให้ตนเกิดบันดาลโทสะไปหยิบอาวุธปืนจากรถมายิงตามภาพที่ปรากฎในคลิป โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน ตนและเพื่อนสนิท(ไม่ขอเปิดเผย ชื่อ-นามสกุล) ได้ไปดื่มกินที่ร้านดังกล่าว โดยนายเหลือเฟือ ได้ขึ้นเล่นตลกพร้อมมีการพูดจากับแขกในร้านด้วยคำไม่สุภาพ จึงทำให้เพื่อนของตนไม่พอใจ

นายราฟิก กล่าวต่อว่า ต่อมาตนทราบว่าทางนายเหลือเฟือก็ไม่พอใจเพื่อนของตน แต่เนื่องจากตนเป็นลูกค้าประจำในวันเกิดเหตุตนจึงตัดสินใจเข้าไปเคลียร์ปัญหาให้เพื่อน ตนจึงได้เข้าไปพูดคุยด้วยดีกับนายเหลือเฟือ ซึ่งมีนายอ๊อดเจ้าของร้านอยู่ด้วย แต่นายเหลือเฟือกลับพูดจาไม่สุภาพ และพยายามเข้ามาทำร้ายตนเอง แต่ตนก็ไม่ได้โกรธหรือติดใจในส่วนนี้ ก่อนที่จะเดินกลับไปที่รถเพื่อนที่จอดห่างจากร้านไม่ไกล จากนั้นนายเหลือเฟือได้เดินตามมาที่รถพร้อมกับต่อว่าด้วยวาจาที่หยาบคายอีกครั้ง พร้อมกล่าวถึงบุพการีของตน จนทำให้ตนเกิดฟิวส์ขาดและปรากฎภาพเหตุการณ์ในคลิป

หนุ่มไล่ยิง
"เหลือเฟือ มกจ๊ก"มอบตัวแล้ว
รับฟิวส์ขาดถูกด่าบุพการี
ขอโทษนามสกุล"ปาทาน"ทำให้เสียชื่อ



"ผมคือคนไทยและนับถือศาสนาอิสลาม ตามหลักคำสอนศาสนาระบุว่า "สวรรค์ของเจ้าทุกคนอยู่ในฝ่าเท้ามารดาและบิดา" หลักศาสนาดังกล่าวถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ผมจึงยอมไม่ได้ที่นายเหลือเฟือมาด่าว่าถึงแม่ของผม ส่วนปืนที่นำมาใช้ก่อเหตุผมซื้อมาจากคนรู้จักกัน ซึ่งปืนดังกล่าวมีทะเบียนและซื้อขายถูกต้องตามกฎหมาย แต่อยู่ระหว่างการโอน ส่วนที่ผมถูกทำร้ายร่างกายนั้น ผมขอคิดดูก่อนว่าจะแจ้งความกลับนายเหลือเฟือหรือไม่" นายราฟิก กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สุริยา กล่าวว่า นายราฟิกให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นจะทำการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ข่มขู่ผู้อื่น ทั้งนี้หากสอบสวนเสร็จสิ้นถ้านายราฟิกต้องการยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนก็จะอนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากเข้ามอบตัวด้วยตนเอง โดยใช้วงเงินจำนวน 150,000 บาท ก่อนปล่อยตัวไป อย่างไรก็ตามหากการสอบสวนเสร็จสิ้นและพบว่ามีการกระทำผิดในข้อหาอื่นก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติ่มในภายหลัง

หนุ่มไล่ยิง
"เหลือเฟือ มกจ๊ก"มอบตัวแล้ว
รับฟิวส์ขาดถูกด่าบุพการี
ขอโทษนามสกุล"ปาทาน"ทำให้เสียชื่อ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดคลิปวงจรปิดที่สามารถจับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นช่วงเวลาประมาณ 03.15 น. ของวันที่ 3 มิถุนายน มีความยาวประมาณ 15 นาที ซึ่งในภาพปรากฎภาพของนายราฟิก นายเหลือเฟือ และนายอ๊อด เจ้าของร้าน มาการโต้เถียงกัน โดยมีนายอ๊อดเป็นผู้ห้ามปราม ส่วนนายเหลือเฟือในภาพมีท่าทางเกี้ยวกราดและพยายามเข้าทำร้ายร่างกายนายราฟิกอยู่ตลอดเวลา แต่นายราฟิกไม่ได้ตอบโต้ใดๆ นอกจากนี้ก่อนที่นายราฟิกจะเปิดเผยรายละเอียดในวันเกิดเหตุ นายราฟิกยังคงมีอาการเครียด โดยช่วงต้นได้มีการสอบถามผู้สื่อข่าวให้สอบถามให้ถูกประเด็น และมีการพูดจาไม่ยินดีที่จะเปิดเผยรายละเอียดเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนกระทั่งเมื่อมีการเปิดคลิปให้ผู้สื่อข่าวดู นายราฟิกจึงผ่อนคลายและได้อธิบายรายละเอียดตามภาพที่ปรากฎในคลิปวงจรปิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว