ผลงานของทรัมป์ในการพบปะผู้นำ จี7 กลายเป็นไร้แก่นสาร หลังแสดงจุดยืนประเด็นClimate change(การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก), ภาษีและความมั่นคง ท่าทีหยิ่งยโสของเขาเรื่องความตกลงปารีสน่าเป็นห่วง ทั้งที่สหรัฐฯควร "ออกหน้า" โดยสมาชิก 6 ประเทศ ต่างมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามความตกลงปารีสเพื่อลดโลกร้อน แต่ทรัมป์กลับบอกว่า ขอเวลาตัดสินใจว่าสหรัฐฯจะละทิ้งความตกลงนี้หรือไม่
ฝ่ายบริหารของทรัมป์ แก้ตัวแทนว่า มาตรฐานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐฯ เข้มงวดกว่าของจีน อินเดียและประเทศอื่นๆ ทำให้ธุรกิจของสหรัฐฯเสียเปรียบ ขณะที่นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี เรียกการเจรจาของจี-7 เกี่ยวกับ Climate change ว่า "ไม่น่าพอใจอย่างยิ่ง"
ในเรื่องการทูต ทรัมป์ก็ยังทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวขี้เมา ด้วยการผลักนายกรัฐมนตรีดัสโก มาโควิช ของมอนเตเนโกร เพื่อแทรกตัวไปยืนถ่ายรูปแถวหน้าของชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ที่บรัสเซลส์, การเสียมารยาทด้วยการทวงหนี้สมาชิกนาโต ทั้งที่มีข้อกำหนดให้สมาชิกจ่ายโดยสมัครใจ หรือการไม่สวมหูฟังแปลภาษาในขณะที่นายกรัฐมนตรีเปาโล เจนติโลนี ของอิตาลี เจ้าภาพการประชุมจี 7 แถลงเป็นภาษาอิตาเลียน ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ยุโรปมากกว่าหนึ่งคนให้คำจัดความสั้นๆ ว่า "หายนะ"