พบร่องรอยการชนกระจังหน้า-ป้ายทะเบียน-กันชน รถเชาเชา
04 พ.ค. 2560 | te

พบร่องรอยการชนกระจังหน้า ป้ายทะเบียน กันชนรถเชาเชา ตรงป้ายทะเบียนจยย.-ตร.แจงไม่ได้เมา ไม่จำเป็นต้องตรวจ ระบุหากไม่มาวันนี้ต้องออกหมายเรียก
ข่าว
04 พ.ค. 2560 | te

พบร่องรอยการชนกระจังหน้า ป้ายทะเบียน กันชนรถเชาเชา ตรงป้ายทะเบียนจยย.-ตร.แจงไม่ได้เมา ไม่จำเป็นต้องตรวจ ระบุหากไม่มาวันนี้ต้องออกหมายเรียก
ที่สน.สายไหม เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (3 พฤษภาคม) ทางทนายความได้นำรถยนต์ยี่ห้อเลคซัสสีขาว ทะเบียน 2 กฆ 6789 ของนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม หรือดีเจเชาเชามาให้ทางเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 (ตรวจพิสูจน์,สถิติวิจัย) บก.จร.ตรวจสอบ ซึ่งทางทนายก็ยืนยันว่าดีเจเชาเชารับว่าขับรถชนจริง แต่ในรายละเอียดต้องรอสอบเจ้าตัวเอง ทั้งนี้ในเบื้องต้นที่ต้นตรวจสอบรถพบว่ามีร่องรอยของการชนที่บริเวณกระจังหน้า ป้ายทะเบียน และ บริเวณกันชนด้านขวาของตัวรถซึ่งน่าจะตรงกับป้ายทะเบียนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นในบันทึกประจำวันว่าเกิดเหตุโดยมีดีเจเชาเชาเป็นคู่กรณีอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเท่านั้น ซึ่งหลังจากเกิดเหตุดีเจเชาเชาก็อยู่กับเจ้าหน้าที่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น และให้การในวันเกิดเหตุเพียงว่ารถมอเตอร์ไซค์เกิดเกี่ยวกันและกระเด็ดมาโดนรถตนเอง ก่อนที่ดีเจเชาเชาจะมายอมรับว่าชนในภายหลังว่าเป็นคนขับรถชน นอกจากนี้จากการพูดคุยพนักงานสอบสวนยืนยันว่าดีเจเชาเชาไม่ได้อยู่ในอาการมึนเมา จึงไม่จำเป็นที่จะต้องตรวจแอลกอฮอล์ และยังไม่ได้มีการสอบปากคำที่เป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้นจึงจำเป็นที่ดีเจเชาเชาจะต้องมาให้ปากคำ แต่ถ้าหากไม่มาตามนัดในวันพรุ่งนี้จะออกหมายเรียกทันที นอกจากนี้ยังเหลือกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่ กทม.อีกตัวหนึ่งซึ่งคาดว่าจะเป็นมุมที่จะเห็นชัดกว่าเจนกว่าว่าในวันเกิดเหตุเป็นอย่างไร
พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ได้ทำการสอบพยานไปแล้ว 2 ปาก คือแม่ผู้เสียชีวิต และเพื่อนของผู้ตายทั้งนี้จากคำให้การของเพื่อนผู้ตายให้การว่าในวันเกิดเหตุตนและผู้ตายพร้อมด้วยเพื่อนอีกหลายคนไปขับรถเล่น และได้ไปจอดพักที่บริเวณใต้สะพานลอย ถ.วัชรพลสุขาภิบาล5ตัดใหม่ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ก่อนที่จะมีวัยรุ่นอีกกลุ่มขว้างก้อนหินลงมากจากสะพานลอย พวกตนตกใจและเกรงว่าจะมีเรื่องกันจึงรีบขับรถออกมาจนทำให้เกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเห็นว่ามีหลายอย่างที่ขัดกับคำให้การ เพราะการที่จอดรถใต้สะพาน และมีคนโยนก่อนหินลงมาจากสะพานนั้นจะต้องมีการปาก้อนหินในวิถีโค้งเท่านั้นจึงจะโดนกับกลุ่มเกิดเหตุ
พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อนหน้าเกิดเหตุพบว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่มของผู้ตายนั้นได้มีการนัดรวมกลุ่มกับวัยรุ่นอีกจำนวนหนึ่ง และยังมีลักษณะของการแข่งรถอีกด้วยเนื่องจากมีการปล่อยรถออกไปเป็นคู่ๆและขับกลับมาเป็นในลักษณะนี้อยู่ 2-3 รอบ ทั้งนี้ต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพราะถ้าปรากฎว่ามีการแข่งรถกันจริงก็จะมีผลต่อการพิจารณาคดีด้วยเพราะการแข่งรถจะต้องมีการใช้ความเร็ว และอาจจะต้องมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการแข่งรถในทางสาธารณะกับกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิตด้วยแต่ในส่วนของนายจิรภาษผู้เสียชีวิตนั้นคดีอาญานี้จะจบได้เพราะถือว่าผู้ก่อเหตุได้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งจะเป็นคดีที่ไม่เกี่ยวกับของดีเจเชาเชา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในเรื่องร่องรอยการชน ความเร็วที่ใช้ขณะเกิดเหตุ รวมไปถึงการสอบปากคำพยานและดีเจเชาเชาเอง ซึ่งได้มีการติดต่อว่าจะเข้ามาให้ปากคำในเวลา 17.00 น. วันนี้ (4พฤษภาคม)