เนชั่นทีวี

ข่าว

ผลงานทรัมป์ 100 วันแรก จุดชนวนสงครามสื่อ-สงครามจริง นอกประเทศ

03 พ.ค. 2560 | te

ผลงานทรัมป์ 100 วันแรก จุดชนวนสงครามสื่อ-สงครามจริง นอกประเทศ

100 วันแรกของทรัมป์ผ่านไปท่ามกลางบรรยากาศสงครามสื่อ-เศรษฐกิจภายในและสงครามจริงภายนอกประเทศ โดยที่ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐที่ลดลง ถึงแม้ว่าจะยังยืนเหนือเส้นแนวโน้มเชิงบวกเพียงเล็กน้อย โดยที่ระดับ U.S. Economic Confidence Index ที่เป็นค่าเฉลี่ยอยู่ที่ +5 ในเดือนเมษายน ลดลงจากช่วงต้นปีนี้อยู่ที่ระดับ +11 ขณะที่ผลสำรวจของ Gallup Poll ชี้คนอเมริกันเกือบครึ่งต่อครึ่งมองอนาคตมีทั้งดีขึ้นอละย่ำแย่ลง โดยมองว่าดีขึ้น 46% และมองว่าอย่ลง 47%

หลังจากที่ทรัมป์ระเบิดศึกสงครามกับสื่อไปเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ยอมเข้าร่วมงานเลี้ยงสื่อของทำเนียบขาวในวันครบรอบผลงาน 100 วันแรกทั้งที่งานเลี้ยงดังกล่าวมีการจัดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 36 ปี ซึ่งปรากฏว่ามีผู้บริหารระดับสูงในทำเนียบขาวอีกหลายคนก็ปฏิเสธการร่วมงานเลี้ยงดังกล่าว เพื่อเสดงออกในทิศทางเดียวกันตามเจตนารมณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทรัมป์หันมาเปิดศึกธุรกิจระบบธนาคารสหรัฐ เตรียมที่จะพิจารณารื้อฟื้นกฎหมายภาคธนาคารที่เรียกว่า Glass-Steagall Act กลับมาบังคับใช้แทนกฎหมาย Dodd-Frank เพื่อให้มีการแยกกิจการวาณิชธนกิจออกจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ซึ่งถูกผูกขาดโดยธนาคารขนาดใหญ่ในวอลล์สตรีทขณะนี้

1.เมื่อวันที่ 29 เมษายนซึ่งถือเป็นวันครบ 100 วันแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านพ้นไปท่ามกลางบรรยากาศสงครามสื่อ-เศรษฐกิจภายใน และสถานการณ์สงงครามจริงภายนอกประเทศ โดยที่ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐที่ลดลง ถึงแม้ว่าจะยังยืนเหนือเส้นแนวโน้มเชิงบวกเพียงเล็กน้อย โดยที่ระดับ U.S. Economic Confidence Index ที่เป็นค่าเฉลี่ยอยู่ที่ +5 ในเดือนเมษายน ลดลงจากเดือมีนาคมถึง 4 จุด และยังลดลงจากช่วงต้นปีนี้ซึ่งอยู่ที่ระดับ +11
จากผลสำรวจของ Gallup Poll ชี้ว่าคนอเมริกันเกือบครึ่งต่อครึ่งมองอนาคตมีทั้งดีขึ้นอละย่ำแย่ลง โดยมองว่าดีขึ้น 46% และมองว่าอย่ลง 47% ดังนั้นแนวโน้มของดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจจึงมีความเป็นไปได้ว่า น่าจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ตกลงไปที่ระดับ -1 เทียบกับเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ +4

2.ล่าสุดมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐ หรือจีดีพีในปี 2017 อาจจะขยายตัวที่ระดับ 1.6% หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการทำนายว่าน่าจะอยู่สูงกว่า 2% เพราะสัญญาณเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวมาตั้งแต่ปี 2015 จากสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นในปี 2008
โดยที่ U.S. Economic Confidence Index รายเดือนของ Gallup Poll ชี้ว่าเส้นค่าเฉลี่ยที่เป็นแนวโน้มในช่วง 9 ปีที่ผ่านมาระหว่างปี 2008-2017 ได้ดิ่งลงมากที่สุดถึงระดับ -62 ในปี 2008 ซึ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องดำเนินนโยบายการผ่อนคลายทางการเงินแบบสุดโต่ง มีการอัดฉีด QE หรือ Quantitative Easing Money จำนวนมหาศาลถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์เพื่ออุ้มระบบเศรษฐกิจดีขึ้น -5 ถึง -10 ในช่วงปี 2009-2010 ก่อนที่จะดิ่งลงอีกครั้งช่วงปลายปี 2011 ที่ระดับ -55
แต่ค่อยๆ ไต่ขึ้นในปี 2012-2015 กลายเป็น +5 จนถึงกลางปี 2015 ก่อนทิ้งตัวเป็น -20 โดยดีดกลับมาใหม่กลายเป็นบวกหลังจากการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2016 จนถึงต้นปี 2017 ที่ +11 และตกลงมาที่ +5 ในเดือนเมษายน

3.ขณะที่ทรัมป์ระเบิดศึกสงครามกับสื่อไปเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ยอมเข้าร่วมงานเลี้ยงสื่อที่ประธานาธิบดีต้องมาแถลงผลงานในโอกาสดำรงตำแหน่งครบ 100 วันแรก เช่นเดียวกันกับที่ผู้บริหารระดับสูงในทำเนียบขาวอีกหลายคนก็ปฏิเสธการร่วมงานเลี้ยงดังกล่าว เพื่อเสดงออกในทิศทางเดียวกันตามเจตนารมณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐ
ซึ่งนับได้ว่าทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐคนแรกในตำแหน่งในรอบ 36 ปีที่ไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงสื่อมวลชนประจำปีของทำเนียบขาว โดยที่ทรัมป์อ้างว่าถูกโจมตีจากสื่อกระแสหลัก เช่น นิวยอร์กไทมส์ ซีเอ็นเอ็น และเอ็มเอสเอ็นบีซี เป็นต้น

4.แต่ล่าสุดทรัมป์หันมาเปิดศึกธุรกิจระบบธนาคารสหรัฐอีก เตรียมที่จะพิจารณารื้อฟื้นกฎหมายภาคธนาคารเพื่อให้มีการแยกกิจการวาณิชธนกิจออกจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ซึ่งถูกผูกขาดโดยธนาคารขนาดใหญ่ในวอลล์สตรีทขณะนี้โดยทรัมป์เปิดเผยว่า เขากำลังเตรียมการพิจารณาที่จะรื้อฟื้นกฎหมายภาคธนาคารฉบับเก่า คือ Glass-Steagall Act กลับมาบังคับใช้แทนกฎหมาย Dodd-Framk โดยต้องการให้มีการแยกกิจการระหว่างวาณิชธนกิจกับธนาคารพาณิชย์รายใหญ่
ทั้งนี้ กฎหมาย Glass-Steagall Act เป็นกฎหมายภาคธนาคารที่บังคับใช้ในปี 1933 ซึ่งเป็นยุคที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ถูกยกเลิกไปในปี 1999

5.ท่ามกลางบรรยากาศสงครามจริงในคาบสมุทรเกาหลียังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยที่สถานทูตของจีนได้ส่งคำเตือนถึงคนจีนที่พักอาศัยอยู่ในเกาหลีเหนือให้เดินทางกลับบ้านบนผ่นดินแม่ เพื่อความปลอดภัยในการหลีกเลี่ยงการเผชิญกับสถานการณ์สงครามที่คุกรุ่นและอาจจะระเบิดได้ตลอดเวลา ทั้งนี้หนังสือเตือนดังกล่าวมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ซึ่งเป็นเวลา 5 วันก่อนถึงวันครบรอบ 85 ปีจองการก่อตั้งกองทัพเกาหลีเหนือ
ขณะที่สหรัฐได้เพิ่มมาตรการใช้ Drone เข้ามาเสริมการบินตรวจตราสถานการณ์ในคาบวมุทรเกาหลีมากขึ้น หลังจากที่ทางการกลาโหมสหรัฐประกาศว่า ระบบการติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ของระบบ THAAD ได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะใช้งานแล้ว

ข่าวล่าสุด