แก๊งต้มตุ๋นอาละวาดหลอกขายล๊อตเตอรี่
02 พ.ค. 2560 | wanchat

ตรัง - แก๊งต้มตุ๋นอาละวาด หลอกขายลอตเตอรี่ราคาแพง ทำกันเป็นขบวนการ ส่งร่างทรงทำพิธีให้เลขเด็ดล่อเหยื่อติดกับ ลูกหลานเหยื่อออกมาเตือนสังคมให้ระมัดระวัง
ข่าว
02 พ.ค. 2560 | wanchat

ตรัง - แก๊งต้มตุ๋นอาละวาด หลอกขายลอตเตอรี่ราคาแพง ทำกันเป็นขบวนการ ส่งร่างทรงทำพิธีให้เลขเด็ดล่อเหยื่อติดกับ ลูกหลานเหยื่อออกมาเตือนสังคมให้ระมัดระวัง
เวลา 11.00 น. (1 พ.ค. 2560)นางสุพล ชูจันทร์ อายุ 50 ปี (เสื้อชมพู คอปก) และนางสุนิษา สุขเพ็ง อายุ 27 ปี ทั้งคู่เป็นชาวตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งเป็นลูกสาวและลูกสะใภ้ของนายเหลิ้ง สุขศรีเพ็ง อายุ 90 ปี ได้ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา มีคนแปลกหน้าจำนวน 2 คน พร้อมเพื่อนบ้านที่รู้จักเดินทางมาที่บ้านนายเหลิ้ง ฯ ซึ่งเป็นหมอแผนโบราณ ที่หมู่ที่ 8 ตำบลเขาวิเศษ จ.ตรัง เพื่อขอ "ผานไถนา" (เป็นอุปกรณ์ทำนาในสมัยยังใช้วัวควายไถนา คนสมัยก่อนนำมาทำเป็นเครื่องรางของขลังหรือวัตถุมงคล โดยผ่านการปลุกเสก โดยมีความเชื่อว่า หากพกพาไว้กับตัวจะทำให้การทำกิจการใดๆ ผ่านไปด้วยความราบรื่น ) เพื่อนำไปทำพิธีขอเลขเด็ด แต่สั่งห้ามบอกใคร
นายเหลิ้ง จึงพาไปเอา"ผานไถนา" ที่บ้านของลูกชายโดยไม่ได้บอกรายละเอียดใดๆ เนื่องจากถูกสั่งห้ามไว้ ต่อมากลุ่มบุคคลได้นัดนายเหลิ้งให้เอา "ผานไถนา" ไปทำพิธีขอเลขเด็ด ในเวลา 21.00 น. ของคืนเดียวกัน ที่บ้านเพื่อนของนายเหลิ้ง เมื่อถึงเวลานัดนายเหลิ้งก็ไปตามนัดเพียงลำพัง โดยในพิธีมีมีคนรู้เห็นพิธีกรรมเพียง 7 คน ประกอบด้วย เพื่อนบ้านของนายเหลิ้ง , นายเหลิ้ง และกลุ่มคนที่นายเหลิ้งไม่รู้จักมาก่อนจำนวน 5 คน เป็นหญิง 1 คน และชาย 4 คน ซึ่ง 1 ในนั้น คือ ร่างทรงที่มาจาก จ.พัทลุง
เมื่อทำพิธีจนเสร็จมีตัวเลขสีแดงปรากฏบน "ผานไถนา" เป็นเลข 6 ตัว ประกอบด้วย 133179 ทำให้นายเหลิ้งเชื่อใจเป็นอย่างมาก โดยร่างทรงบอกว่าให้หาซื้อลอตเตอรี่ตามตัวเลขดังกล่าว โดยให้ออกจากบ้านเวลาตามฤกษ์ 9.09 น. ของวันรุ่งขึ้น (26เม.ย.2560) ทั้งหมดจึงได้นัดกันไปไหว้อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ในเขตเทศบาลนครตรัง เพื่อขอพรให้หาซื้อลอตเตอรี่ได้ เมื่อไปถึงขณะที่ไหว้อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์อยู่นั้น มีชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นหน้าม้าเดินถือลอตเตอรี่มาไหว้อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์เช่นกัน โดย 1 ในกลุ่มบุคคลที่นัดนายเหลิ้งมาหาเลขเด็ด ได้เอ่ยปากขึ้นว่า ผู้ชายคนนั้นมีเลขบนลอตเตอรี่ตรงกับที่ตามหาอยู่จำนวน 5 คู่ จึงเข้าไปสอบถามและขอซื้อ แต่ชายคนดังกล่าวทำทีโทรศัพท์ไปถามเจ้านายว่ามีคนขอแบ่งซื้อลอตเตอรี่จะขายหรือไม่ และได้เสนอขายในราคาคู่ละ 50,000 บาท แต่เพื่อนบ้านของนายเหลิ้งได้ทักท้วงขึ้นว่าอย่าซื้อ ถูกหลอกแล้ว นายเหลิ้งกับเพื่อนบ้านจึงแยกย้ายจากกลุ่มคนดังกล่าว
ทั้งคู่ เปิดเผยรายละเอียดต่อไปอีกว่า ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ขับรถยนต์โตโยต้า สีเทากระโปรงดำ ป้ายทะเบียน 613 ตรัง จำเลขหมวดอักษรไม่ได้ ย้อนกลับมาหานายเหลิ้งที่บ้านพักอีกครั้ง ใช้จิตวิพูดจาหลอกล่อ กล่อมจนนายเหลิ้งหลงเชื่อ ซื้อลอตเตอรี่ในราคาคู่ละ 25,000 บาท โดยพานายเหลิ้งไปเบิกเงินสดจาก ธกส. สาขาเขาวิเศษ ซึ่ งห่างจากบ้านเพียง 30 เมตร หลังได้เงินกลุ่มคนก็ขับรถจากไป
ส่วนนายเหลิ้งความจริงถูกเปิดเผยว่า ถูกหลอกให้ซื้อลอตเตอรี่เมื่อหลานสาวสงสัยว่ามาทำอะไรที่ธนาคาร จึงขอดูบัญชีธนาคารพบว่าเงินถูกถอนไป 50,000 บาท และนายเหลิ้งบอกว่าเอาไปซื้อลอตเตอรี่ได้มา 2 คู่ และเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง จึงแจ้งลูกๆและญาติของนายเหลิ้งมาช่วยกันตรวจสอบ และปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนายเหลิ้งก็ยังปักใจเชื่อว่าเป็นเลขเด็ดจริงๆ เพราะเห็นพิธีกรรมมาด้วยตาตัวเอง และหากถูกรางวัลได้ 12 ล้านจะแบ่งให้ลูกหลาน แต่ทุกคนเชื่อว่าถูกหลอกแล้วจึงพานายเหลิ้ง เข้าแจ้งความไว้กับ ร.ต.ท.สดุดี หวังดี พนักงานสอบสวน สภ.เขาวิเศษ เบื้องต้น อยู่ในระหว่างสอบปากคำนายเหลิ้ง ผู้เสียหายและพยานที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก
นางสุพล ชูจันทร์ และนางสุนิษา สุขเพ็ง กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุได้พยายามติดต่อขอซื้อลอตเตอรี่จากกลุ่มบุคคลดังกล่าวอีกครั้ง ผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่กลุ่มคนดังกล่าวให้ไว้ จำนวน 2 เบอร์ บางหมายเลขก็ปิดเครื่องหนีไปแล้ว โดยสามารถโทรติดต่อได้หมายเลขเดียว คนที่รับสายพูดเป็นสำเนียงคนปักษ์ใต้ เมื่อเห็นว่ามีคนสนใจจึงเสนอขายราคาสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นคู่ละ 1 แสนบาท โดยนัดแนะไปมอบให้กันบริเวณตลาดนัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองตรัง แต่ไม่ยอมบอกหมายเลขทะเบียน รถจยย.ที่จะเอาลอตเตอรี่มาส่ง แต่ลูกๆของนายเหลิ้ง ตัดสินใจไม่ไปพบ แต่เดินทางเข้าแจ้งความและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบกลุ่มคนพวกนี้แทน เพราะเชื่อมั่นว่าถูกหลอกแน่นอน
คนพวกนี้ทำเป็นขบวนการ ตอนแรกก็ไม่กล้าเข้าแจ้งความ เพราะกลัวคนหาว่าโง่ ไม่ทันคน แต่ตัดสินใจมาบอกเล่า เพื่อเป็นอุทาหรณ์กับคนอื่น ได้ระวังตัว โดยบุตรสาวของนายเหลิ้ง กล่าวว่า พ่อเป็นแพทย์แผนโบราณ ช่วยเหลือคนมามาก เช่น ทำเคราะห์บ้าน ทำภูมิบ้าน ใครเจ็บไข้ไม่สบายก็ไปหาให้รักษา ได้รับเกียรติบัตรจากกระทรวงสาธารณสุข และเรื่องแปลกก็คือ พ่อไม่เคยซื้อหวย ซื้อลอตเตอรี่มาก่อน แต่คงหลงเชื่อว่าจะได้เงินถึง 12 ล้านบาท อยากให้คนอื่นระวังตัว อย่าเชื่อคนง่าย พ่ออายุมากแล้ว จึงอาจไม่ทันกลโกงของคนกลุ่มนี้ ทำให้ตกเป็นเหยื่อ ลูกหลานจึงออกมาเล่า เพื่อบอกสังคมว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพที่อาละวาดก่อเหตุหลอกลวงคนในลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นในสังคมเรา เพื่อจะได้ระมัดระวัง และเฝ้าติดตาม หากพบใครมีพฤติกรรมแบบนี้ จะช่วยกันแจ้งตำรวจจับกุมดำเนินคดี