โดยบรรยากาศยังมีประชาชนแวะเวียนเข้ามากราบไหว้เศียรพระโบราณ ซึ่งมีทหารชุดดูและความสงบในพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี จำนวน 4 นาย เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสูญหายและอาจจะมีคนเอามือไปจับหรือขุด จนเศียรชำรุด จึงต้องเฝ้าระวังตักเตือน ทั้งนี้พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ อุตฺตมปญโญ) เจ้าคณะตำบลบางขะแยง เจ้าอาวาสวัดชินวราราม ต้องการที่จะยกพื้นพระอุโบสถให้สูงขึ้น 2.5 เมตร เพื่อหนีน้ำท่วม เบื้องต้นทุนในการดำเนินการจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้บริจาคไว้ 1,500,000 บาทรวมถึงประชาชนที่ร่วมกันบริจาคด้วยกัน เมื่อช่างดำเนินการขุดฐานพระอุโบสถก็พบกับเศียรพระพุทธรูปจำนวนมาก จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบพร้อมดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมและศึกษาถึงคุณค่าศิลปะวัฒนธรรมความรุ่งเรืองแต่ครั้งอดีต เบื้องต้นสำนักศิลปกร ได้เข้ามาตรวจสอบพบว่าเป็นวัตถุโบราณที่ประเมินค่าไม่ได้ และจะได้นำเนินการคัดแยกเพื่อที่จะระบุรายละเอียดของเศียรพระและวัตถุมงคลแต่ละชิ้น รวมถึงประสานนักวิทยาศาสตรืและนักโบราณคดีให้เข้ามาดูแลรักษาชิ้นที่สมบูรณ์ก่อนเป็นอันดับแรก
ด้าน นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี ผู้อำนวยการสำนักศิลปกรที่ 2 กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้น จากรูปแบบลักษณะภายนอกพบว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยา อายุประมาณ 300-400 ปีขึ้นไป โดยมีพระในยุคสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอยู่บ้าง ขั้นต้นทางกรมสรรพากรจะส่งนักวิทยาศาสตร์เข้ามา เพื่อที่จะบำรุงรักษาพระที่มีสภาพสมบูรณ์ก่อน จากนั้นจะทำทะเบียน ของพระทั้งหมดรวมถึงออกแบบพิพิธภัณฑ์ ที่จะจัดแสดงให้ประชาชนเข้ามาดูนักศึกษาต่อไป ส่วนในการดูแลบำรุงรักษาต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และในส่วนของการทำทะเบียนพระ ต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพระที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งเกิดมาจากการรวบรวม ของพ่อค้าประชาชนในสมัยนั้นโดยนำวัตถุมงคลที่มีค่า มีความสำคัญ หรือชำรุดแล้ว นำมาไว้ใต้ฐานะฐานพระประธานภายใต้พระอุโบสถก่อเป็นชั้นๆขึ้นมา เสมือนเป็นการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเป็นประธานของอาคารพระอุโบสถแห่งนี้.