เนชั่นทีวี

ข่าว

สิ้นสุดการรอคอย ประตูสู่เมืองปากน้ำ รถไฟฟ้า"แบริ่ง-สำโรง"

15 มี.ค. 2560 |

สิ้นสุดการรอคอย ประตูสู่เมืองปากน้ำ รถไฟฟ้า"แบริ่ง-สำโรง"

เป็นการรอคอยที่ถึงจุดสิ้นสุดสำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สำโรง ภายหลังผู้ว่าฯกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ประกาศเตรียมเปิดหวูดให้บริการวันที่ 3 เมษายนนี้

กว่าจะผ่านปมร้อนระหว่างกทม.และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ในประเด็นค่าใช้จ่ายค่าก่อสร้าง ทำให้ระหว่างนั้นมีคำถามสะท้อนออกมาจากประชาชน จากการไม่ลงรอยระหว่างหน่วยงานรัฐ ถึงกระแสข่าวที่ออกมาในช่วงแรกจะเลื่อนกำหนดการเดินรถจากเดือนมีนาคมในเส้นทางนี้ออกไปไม่มีกำหนด แต่"แรงกดดัน" ของประชาชนและท่าทีถอยคนละก้าวของหน่วยงาน ทำให้รถไฟฟ้าสายนี้ถึงทางออกในที่สุดหากย้อนที่มาของโครงการ เริ่มที่คณะกรรมการจัดระบบการจราจร (คจร.) มีมติเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 เห็นชอบในหลักการให้ กทม.เป็นผู้เดินรถ ไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ต่อมาวันที่ 28 มีนาคม 2559 กทม. รฟม. และกระทรวงการคมนาคม ได้ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ว่าด้วยแนวทางการดำเนินงานตามมติคจร.วันที่ 10 มิถุนายน 2558 เรื่องการมอบหมายให้กทม.เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ
จากนั้นวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 กทม.ได้มอบหมายให้บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะวิสาหกิจ กทม. เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ รวมทั้งจัดการติดตั้งระบบการเดินรถ ประกอบด้วย ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล และระบบการสื่อสาร ถือเป็นตรายางส่งมอบ"หน้าที่" ให้กทม.ดูแลรถไฟฟ้าทั้ง 2 ช่วงอย่างสมบูรณ์
กทม.เชื่อว่าเมื่อรถไฟฟ้าการบริหารส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือและใต้ อยู่ภายใต้สิทธิบริหารจัดการทั้งหมด จะเป็นโอกาสทองการจัดเก็บรายได้จากค่าโดยสาร เพราะเห็นอนาคตว่า โครงการเชื่อมต่อจากเส้นทาง"สายสุขุมวิท" ที่มีอยู่เดิม ตามสัญญากับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี จะหมดสัญญากับกทม.ในปี จะทำให้กทม.จะเข้าบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของระบบการเดินทางขนส่ง ผ่าใจกลางกรุงเทพฯเหนือถึงใต้ได้ทั้งหมด
สำหรับเส้นทางแบริ่ง-สำโรง จะเป็นหนึ่งเส้นทางรถไฟฟ้าที่จะทยอยเปิดใช้งานในปี 2559-2565 จากเดิมรถไฟสาย"สีม่วง" ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ เปิดให้บริการไปแล้ววันที่ 6 สิงหาคม 2559 ส่วนในเดือนสิงหาคม 2560 จะเปิดเดินรถอีก 1 สถานีที่เชื่อมสถานีบางซื่อ-เตาปูน ปี 2561 เปิดให้บริการสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการทั้งระบบ ปี 2562 เปิดบริการสาย"สีเขียว" ช่วงหมอชิต-คูคต รวมทั้งสาย"สีน้ำเงิน" ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ปี 2563 เปิดบริการสาย"สีแดง" ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-หัวหมาก / สาย"สีชมพู" ช่วงแคราย-มีนบุรี / สาย"สีเหลือง" ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และสาย"สีเขียว"ส่วนต่อขยาย ช่วงสมุทรปราการ-บางปู และช่วงคูคต-ลำลูกกา ปี 2564 เปิดบริการสาย"สีน้ำเงิน" ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 ก่อนจะ"ปิดจ๊อบ" ในปี 2565 จะเปิดเดินรถสาย"สีม่วง" ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และสาย"สีส้ม"ตะวันตก ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม
ในแผนทดลองเดินรถไฟฟ้า ช่วงแบริ่ง-สำโรง กทม.จะเดินรถเสมือนจริงตั้งแต่ 15 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2560 โดยในระหว่างทดลองเดินรถจะทดสอบระบบการเดินรถไฟฟ้า การเตรียมรับสถานการณ์ ตั้งแต่เหตุเพลิงไหม้ รถไฟฟ้าเฉี่ยวชน โดยเฉพาะการตรวจพบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่สถานี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ซ้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบช่วงสถานีแบริ่ง-สำโรง ในวันที่ 3 เมษายน ซึ่งพล.ต.อ.อัศวิน กำลังจะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธี ที่สถานีสำโรง
เมื่อเปิดใช้งานรถไฟฟ้าเส้นนี้ทั้งระบบในปลายปี 2561 จะเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชนในการเดินทาง เพราะพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เป็นทำเลโรงงานอุตสาหกรรม และผู้อยู่อาศัยอย่างหนาแน่นมาตลอดหลายสิบปี อย่างน้อยปัญหาจราจรที่สะสมแนวเขตกรุงเทพฯ-ปริมาณฑล จะเบาบางลงด้วยตัวเลือกระบบขนส่งมวลชน ซึ่งในสถานีสำโรงจะเป็นอีกหนึ่งสถานี"อินเตอร์เช้นจ์" รองรับการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนสายสีเหลือง"ลาดพร้าว-สำโรง" ในอนาคตด้วยเช่นกัน
ทั้งหมดจึงเป็นความหวังของประชาชนด้วยระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯเชื่อมปริมณฑล ซึ่งหน่วยงานภาครัฐต้องเร่งยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ขีดเส้นใต้สามเส้นไปที่"ความสมดุล" ของค่าโดยสาร และคุณภาพการให้บริการที่ตรงต่อเวลา เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชนคนใช้บริการนั่นเอง
ล้อมกรอบโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ครอบคลุมพื้นที่ 3 เทศบาล ได้แก่ เทศบาลสำโรงเหนือ เทศบาลนครสมุทรปราการ และเทศบาลบางปู ระยะทางรวม 13 กิโลเมตร มีจำนวน 9 สถานี ประกอบด้วย1.สถานีสำโรง (E15) ตั้งอยู่ระหว่างสะพานข้ามคลองสำโรงกับแยกเทพารักษ์2.สถานีปู่เจ้าสมิงพราย (E16) ตั้งอยู่บริเวณถนนซอยสุขุมวิท 1153.สถานีพิพิธภัณฑ์เอราวัณ (E17) ตั้งอยู่บริเวณถนนสุขุมวิทซอย74.สถานีโรงเรียนนายเรือ (E18) ตั้งอยู่หน้าโรงเรียนนายเรือ5.สถานีสมุทรปราการ (E19) ตั้งอยู่หน้าวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ6.สถานีศรีนครินทร์ (E20) ตั้งอยู่บริเวณสะพานข้ามคลองบางปิ้ง7.สถานีแพรกษา (E21) ตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนสมุทรปราการ8.สถานีสายลวด (E22) ตั้งอยู่บริเวณซอยเทศบาลบางปู 459.สถานีเคหะสมุทรปราการ (E23) ตั้งอยู่บริเวณซอยเทศบาลบางปู 50มีศูนย์ซ่อมบำรุงพื้นที่ 123 ไร่ หลังสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง และมีอาคารจอดแล้วจร บริเวณสถานีปลายทางเคหะสมุทรปราการ เนื้อที่ 18 ไร่ สามารถจอดรถได้ 1,200 คัน

ข่าวล่าสุด