วันนี้ (13 มี.ค.2560) นายสุนทร ฉายาวัฒนะ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า จากตัวเลขการประเมินประชากรช้างป่าที่เคยสำรวจไว้เมื่อหลายปีก่อนภาพรวม ยังคงมีตัวเลขราว 3,500-4,000 ตัวกระจายในป่าอนุรักษ์ 68 แห่งที่พบช้างป่าอาศัยใน 7 กลุ่มป่า ได้แก่ กลุ่มป่าตะวันตก เช่น แก่งกระจาน สลักพระ ห้วยขาแข้ง จำนวน 400-600 ตัว กลุ่มป่ารอยต่อตะวันออก 5 จังหวัด จำนวน 300-400 ตัว กลุ่มป่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เช่น ภูเขียว น้ำหนาว เขาใหญ่ ตาพระยา 500-600 ตัว จำนวนกลุ่มป่าภาคใต้คลองแสง-เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 100-150 ตัว และกลุ่มป่าภาคเหนือ จำนวน 110-300 ตัว และมีข่าวดีว่าประชากรช้างป่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 โดยเฉพาะกลุ่มป่าตะวันออก
" ขณะนี้ประชากรช้างป่าของไทย ไม่อยู่ในความเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ุแล้ว เพราะมีการดูแล และบริหารจัดการในปัจจุบันมีความเข้มข้นขึ้น ถ้าเทียบกับในอดีตที่เคยมีปัญหาการล่าช้างเอางา และเอาลักลอบนำลูกช้างออกจากป่า เพื่อนำมาสวมตั่วช้างให้กับปางช้างต่างๆ ส่วนหนึ่งเพระาคนไทยให้ความสนใจกับการดูแลทรัพยากร ตระหนักถึงความสำคัญต่อสัตว์ป่าหลายชนิดจนมีดัชนีการเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาที่กำลังเผชิญคือการจัดการประชากรช้างป่า และพื้นที่แหล่งอาศัยของช้างป่า โดยเฉพาะป่าตะวันออก ที่พบปัญหาช้างออกนอกพื้นที่รุนแรงขึ้น เช่น บริเวณแห่งหางแมว จันทบุรี ที่พบช้างออกมาคราวละ 80-100 ตัว ทำอย่างไรจึงจะทำให้ช้างอยู่ในป่า มีแหล่งอาหารเพียงพอ เพื่อดึงให้ช้างกลับไปอยู่ในป่า โดยไม่สร้างความขัดแย้งกับชาวบ้าน"นายสุนทร ระบุ
สุนทร บอกว่า ขณะนี้กรมอุทยานฯเริ่มทำแผนจัดการช้างป่า 20 ปีระหว่างปี 2559-2579 โดยจะครอบคลุมถึงการสำรวจประชากรช้างรอบใหม่ในป่าทั่วประเทศไทย เพื่อให้เห็นถึงตัวเลขประชากรช้างที่เป็นปัจจุบัน โครงสร้างกลุ่มอายุประชากรช้าง และการติดปลอกคอสัญญาณดาวเทียมติดกับตัวช้าง เพื่อศึกษาพฤติกรรม การใช้พื้นที่ส้นทางของช้างใหม่อีกครั้ง และใช้ข้อมูลนี้วางแผนจัดการช้างป่าในอีก 5 เช่น พบว่ากลุ่มป่าตะวันออก ตะวันตกมีช้างวัยรุ่น วัยเจริญพันธ์ุสูง ก็ต้องดูว่าพื้นที่ แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร เพื่อรองรับช้างไม่ให้ไม่เกินศัยภาพของพื้นที่ ต่ต้องทำให้ช้างอยู่ในป่า เพราะข้างนอกมีอาหารสมบูรณืแหล่งน้ำแหล่งอาหาร และป่า รวมทั้งการจัดพื้นที่พื้นที่เร่งด่วนที่มีความขัดแย้งคนกับช้าง การประเมินถิ่นอาศัยของช้าง และการรองรับช้างป่าไปยังพื้นที่แห่งใหม่ แต่ยืนยันว่ามาตการเคลื่อนย้างช้าง จะเป็นทางเลือกสุดท้าย