วันนี้ (9 มี.ค.) นักเขียนรางวัลซีไรต์ วิมล ไทรนิ่มนวล ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊ค "วิมล ไทรนิ่มนวล" เรื่อง "สัจจะ อหิงสา" โดยระบุว่า ธรรมกาย... ที่ประกาศว่าฝ่ายตนต่อสู้เพื่อปกป้องพุทธศาสนา และต่อสู้ด้วยสันติวิธี หรืออหิงสา แต่การกระทำไม่ได้เป็นเช่นนี้ เพราะแต่ละวัน มีแต่เรื่อง "มุสา" เบี่ยงเบนประเด็น สร้างเรื่องเท็จ แถ ปลุกระดม ข่มขู่ หมิ่นประมาท ต่อต้าน ต่อรองเพื่อจะอยู่เหนือกฎหมาย.. และเป้าหมายการต่อสู้ของธรรมกาย นักเขียนรางวัลซีไรต์ ฟันธงว่า ไม่ใช่เพื่อพุทธศาสนา แต่เพื่อตัวเองและคนที่มีผลประโยชน์มหาศาลร่วมกัน
ทั้งนี้ในเฟสบุ๊คที่ วิมล ไทรนิ่มนวล โพสต์เรื่อง "สัจจะ อหิงสา" ข้อความระบุว่า...
"สัจจะ อหิงสา"
"ธรรมกาย" ป่าวประกาศว่าฝ่ายตนต่อสู้กับอำนาจรัฐโดยมีเป้าหมาย...เพื่อปกป้องพุทธศาสนา ซึ่งหมายความว่า อำนาจรัฐหรือรัฐบาลกำลังทำลายพุทธศาสนาและรังแกฝ่ายตน รวมทั้งคนที่ไม่เห็นดีเห็นงามกับธรรมกายด้วย
ส่วน "วิธีการ" ต่อสู้นั้นคือ "สันติวิธี อหิงสา"
การต่อสู้ด้วยวิธีนี้มี 2 แบบ คือ แบบสังคมวิทยา(ขอไม่กล่าวถึง) และแบบศาสนาในอินเดีย คือ ฮินดู พุทธ เชน เป็นการนำหลักธรรมของศาสนามาต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม...กล่าวให้สั้นก็คือ ต่อสู้ด้วยความเมตตากรุณาต่อกัน หรือสู้ด้วยเชื่อมั่นและศรัทธาในความดีงามของมนุษย์ ทั้งของฝ่ายตนและฝ่ายตรงข้าม และต่อสู้ด้วยสัจจะ
"สัจจะ" ในอหิงสานั้นเน้นตั้งแต่เรื่อง "ไม่มุสา" จนกระทั่งเป็นสิ่งเดียวกับ "พระเจ้า" ผู้ที่นำหลักคิดนี้มาใช้และโลกรู้จักกันดีก็คือมหาตมะ คานธี ท่านกล่าวไว้ว่า " When there is ahimsa there is truth and truth is God "
เมื่อมองมาที่ธรรมกาย... ที่ประกาศว่าฝ่ายตนต่อสู้เพื่อปกป้องพุทธศาสนา และต่อสู้ด้วยสันติวิธีหรืออหิงสา แต่ทำไมแต่ละวันจึงมีแต่เรื่อง "มุสา" ซึ่งรวมถึงการเบี่ยงเบนประเด็น สร้างเรื่องเท็จ แถ ปลุกระดม ข่มขู่ หมิ่นประมาท ต่อต้าน ต่อรองเพื่อจะอยู่เหนือกฎหมาย ซ้ำยังสร้างสิ่งที่ใกล้เคียงกับ "ค่าย คู ประตู หอรบ" หรือที่ฝ่ายตนบอกว่า "เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันมือที่สาม"
ฝ่ายเดียวกันนั้นเชื่อทุกอย่างว่าเป็นเช่นนั้นแน่ๆ แต่คนที่มีสติมีปัญญาเขาไม่เชื่อด้วย เขาเห็นว่าธรรมกายไม่เคารพกติกาของสังคมหรือกฎหมายของรัฐ ตั้งตนเป็นรัฐอิสระ เป็นรัฐซ้อนรัฐ แน่นอนว่าถ้าตีความก็เข้าขั้น "กบฏ"
ดังนั้น เป้าหมายการต่อสู้ของธรรมกายจึงไม่ใช่เพื่อพุทธศาสนา แต่เพื่อตัวเองและคนที่มีผลประโยชน์มหาศาลร่วมกัน และสู้เพื่อจะคงอำนาจของฝ่ายตนไว้ต่อไป
ส่วน "วิธีการต่อสู้" ที่ป่าวประกาศว่าสันติวิธี อหิงสา ก็เห็นแต่อารมณ์โกรธแค้นอยู่ในรอยยิ้มและดวงตา และมุสาเป็นรายวันราวกับสมาทานเอาไว้
ธรรมกายจึงอยู่คนละขั้วกับการต่อสู้ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อความดีงามของมนุษย์ ทั้งฝ่ายตนและฝ่ายตรงข้าม และยิ่งอยู่ห่างชั้นกับการ "ต่อสู้ด้วยสัจจะ" และเป็นสิ่งเดียวกับ "พระเจ้า" ราวกับนรกกับสวรรค์
ด้านธรรมวินัย จึงเป็น "โมฆบุรุษ"
ด้านนิติรัฐ จึงเป็น "อาชญากรรม"
ขอบคุณ เฟสบุ๊ค "วิมล ไทรนิ่มนวล"