ส่วนในประเทศไทย พบว่า ผู้บริหารระดับสูง ที่เป็น ผู้บริหารหญิง ในปี 2560 มีสัดส่วน 31% หรือเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รองจากอินโดนีเซีย ที่มีสัดส่วน 46% และฟิลิปปินส์ที่มีสัดส่วน 40% และตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ CEO ในไทยที่เป็นผู้หญิงมีสัดส่วนถึง 40% ขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินหรือ CFO มีสัดส่วน 34%
แกรนท์ ธอร์นตัน ระบุว่า แม้ประเทศไทยจะยังอยู่ใน 3 อันดับแรกเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียแปซิฟิก แต่อาจมีแนวโน้มที่ลดลง หากไม่พยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนผู้หญิงในโลกธุรกิจ และอาจต้องเผชิญกับปัญหาเช่นเดียวกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีสัดส่วนผู้บริหารหญิงเพียง 13%
การสร้างความสมดุลระหว่างบทบาทการเป็นแม่ที่ดีและการประสบความสำเร็จในอาชีพยังคงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้หญิงไทย และผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก แต่ในบางครั้งจำเป็นต้องเลือกระหว่างการให้เวลากับครอบครัว หรือการมีหน้าที่การงานที่ประสบความสำเร็จ
ผลการสำรวจทั่วโลกของแกรนท์ ธอร์นตัน แสดงให้เห็นว่า กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนายังคงเป็นผู้นำในเรื่องของความหลากหลาย มากกว่ากลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว โดยในปีนี้ ยุโรปตะวันออกมีสัดส่วนผู้หญิงในบทบาทผู้บริหารมากที่สุดถึง 38% และสัดส่วนธุรกิจที่ไม่มีผู้หญิงในทีมผู้บริหารระดับสูงเลยมีเพียง 9% เท่านั้น
ขณะที่กลุ่มประเทศ MINT คือ เม็กซิโก อินโดนีเซีย ไนจีเรีย และตุรกี มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกมากที่สุด โดยมีสัดส่วนผู้หญิงในบทบาทผู้บริหารเพิ่มขึ้นเป็น 28% จาก 24% ในปี 2559 และสัดส่วนธุรกิจที่ไม่มีผู้หญิงในทีมผู้บริหารระดับสูง ลดลงเหลือ 27% จาก 36%
สำหรับ "แกรนท์ ธอร์นตัน อินเตอร์เนชั่นแนล" เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงธุรกิจ ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาและให้บริการอย่างมืออาชีพ ระดับแถวหน้าของโลก ที่มักมีผลสำรวจทางด้านธุรกิจเป็นประจำทุกปี